พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการการะทรวงกลาโหม เปิดงานโครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน"ปีใหม่ปลอดภัยเมาไม่ขับ" พร้อมด้วย พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ สถานีขนส่งหมอชิต กรุงเทพฯ โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแซว นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ซึ่งเป็นผู้กล่าวรายงานก่อนเปิดงาน ว่า ตนเองก็อยากเปลี่ยนชื่อเป็น จริงใจ เพราะนายกมีแต่ใจจะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า เทศกาลปีใหม่นี้ ขอทุกคนร่วมมือกันลดอุบัติเหตุ และการสูญเสีย ไม่ใช่เฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งปัจจุบันยังมีความขัดแย้งมากพอสมควรในการบังคับใช้กฎหมาย จึงขออย่าทำให้ทุกอย่างมีปัญหาความขัดแย้งไปหมด ซึ่งกฎหมายไม่สามารถแก้ไม่ได้ทั้งหมด
พลเอกประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้จิตสำนึกของทุกคน พร้อมย้ำให้ยึดหลัก 3 ร. รักตัวเอง รักครอบครัว และรักคนอื่น เพราะหากเกิดอุบัติเหตุ สิ่งที่ตามมาคือการรักษาพยาบาล ที่เดือดร้อนไปหมด เตรียมการรักษาพยาบาล แทนที่จะช่วยกันไม่ให้เกิดขึ้น และขอให้สติ ถ้าเมาแล้วขับรถเกิน 80 พระก็ไม่สามารถช่วยได้ ถ้าเมาพระก็กระโดดหนีหมด อีกทั้งตายไปก็ไม่รู้เรื่องแล้ว แต่ลูก และครอบครัวที่รอที่บ้านจะรู้สึกอย่างไร ทุกวันนี้ ปัญหาประเทศชาติมีหลายอย่าง ความขัดแย้งสูง รัฐบาลก็พยายามทำให้ดีที่สุด พร้อมทั้งระบุว่า หวังให้อุบัติเหตุเป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะทำได้หรือไม่ แต่ก็อยากให้มีน้อยที่สุด และเรียนรู้ถอดบทเรียนจากเทศกาลที่ผ่านมา
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ครอบครัวของตนเองใหญ่ขึ้นทุกวัน ทั้งตำรวจ ทหาร และคนไทยทั้งประเทศ ให้ทุกคนคิดเหมือนกันว่าทุกคนคือครอบครัว รักคนอื่นเหมือนคนในครอบครัว และอุบัติเหตุต่างๆจะไม่เกิดขึ้น พร้อมทั้งกล่าวว่า ทุกคนเปรียบเสมือนคนในครอบครัว ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคนไทย ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีก็เสียใจทั้งนั้น โดยในปีใหม่นี้ส่วนตัวคงไม่ได้ไปไหน แต่จะรอติดตามการอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัย อย่างมีความหวังและจะอธิษฐานทุกวันให้ประเทศไปข้างหน้า โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในปีหน้าทุกคนจะมีความสุขมากกว่าปีนี้ ซึ่งถ้ารู้จักความพอเพียงก็จะมีความสุข แม้อาจจะไม่มีเงินมากนัก แต่จงมีความสุขกับสิ่งที่เราเป็น ขอให้ทำหน้าที่โดยสุจริต ทุ่มเทเเรงกายแรงใจ ซึ่งน่าจะภาคภูมิใจมากกว่าการเป็นคนรวยที่ได้มาจากการทุริต อย่าไปเสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง จะเป็นความสุขอย่างแท้จริง เพราะตนเองก็ยึดมั่นสิ่งนี้มาเสมอ
ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ยังระบุว่า ขอให้เทศกาลปีใหม่เป็นเทศกาลแห่งความปลอดภัยบนท้องถนน และกลับไปมีความสุขที่บ้าน จากนั้น นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมนิทรรศการและกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุ พร้อมตรวจเยี่ยมการตรวจสอบการวัดระดับแอลกอฮอล์ของพนักงานขับรถ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ทดสอบเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ โดยผลออกมาเป็นศูนย์ นายกรัฐมนตรีจึงกล่าวแบบยิ้มๆว่า ตนไม่ดื่มสุรามานานแล้ว จะเมาได้อย่างไร พร้อมกับโชว์เครื่องวัดแอลกอฮอล์ ว่า ศูนย์มิลลิกรัม และถามผู้สื่อข่าวว่า ใครว่าผมเมาหมัด ไม่มี นอกจากนี้ ยังได้พบปะประชาชนที่จะเดินทางกลับบ้านฉลองเทศกาลปีใหม่ ซึ่งได้เดินทักทายพูดคุยกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง ร้านในช่วงที่พบประชาชนชาวจังหวัดอีสานนายกรัฐมนตรีได้พูดกล่าวทักทายสำเนียงอีสานว่าตนเองเป็นลูกหลานชาวอีสาน แต่พูดภาษาอีสานไม่ได้แล้ว ลืมไปหมดแล้ว เพราะเกิดมาอยู่อีสานแค่ 3 เดือน ก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่ยังคงกินข้าวเหนียว จกปลาร้าได้อยู่ก่อนจะโชว์ท่าตกข้าวเหนียว และเอามือจับที่หู เพราะจับหูแล้วข้าวเหนียวจะไม่ติดมือ ขณะที่ บรรยากาศที่สถานีขนส่งหมอชิต ถือว่ายังไม่คึกคัก โดยมีประชาชนเริ่มทยอยเดินทางมาขึ้นรถโดยสารเพื่อออกสู่ต่างจังหวัดกันบ้างแล้ว ซึ่งคาดว่าเย็นวันนี้จำนวนผู้เดินทางจะเพิ่มขึ้น และหนาแน่นที่สุดในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากเป็นวันทำงานวันสุดท้ายของสัปดาห์ โดยก่อนเดินทางกลับนายกรัฐมนตรี ได้ขอบคุณสื่อมวลชน โดยตนฝากชีวิตไว้กับทุกคน ใครคิดว่านายกรัฐมนตรีนั่งรถไปกับทุกคน ควรจะต้องระมัดระวัง หากคิดว่านายกฯและรองนายกฯนั่งรถไปด้วยก็จะได้ระมัดระวัง เพราะหากออกกฎหมายบังคับอย่างเดียวก็จะไม่ตระหนักกัน