หากย้อนรอยเรื่องราวความผิดของ นางเบญจา หลุยเจริญ กรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อช่วยเหลือ นายพานทองแท้ และนางสาวพินทองทา หลีกเลี่ยงภาษีการซื้อขายหุ้นชิน ก็เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พบหลักฐาน เกี่ยวกับรายงานการเคลื่อนไหวการซื้อขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น ของนายพานทองแท้ และนางสาวพินทองทา ที่รายงานที่ไม่ถูกต้องถึง 2 ครั้ง ทำให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ตรวจสอบการซื้อขายย้อนหลังตั้งแต่ปี 2543 พบความผิดว่า นายพานทองแท้ ไม่รายงานข้อมูลการถือหุ้นชินคอร์ป 24.99% ทั้งที่ นายพานทองแท้ เป็นกรรมการ ในบริษัทชิน ด้วย
นอกจากนี้จากการตรวจสอบ ยังพบว่า บริษัท แอมเพิลริช อินเวสเมนท์ จำกัด ได้ขายหุ้นชินคอร์ป จำนวน 329.2 ล้านหุ้นให้กับนายพานทองแท้ และ นางสาวพินทองทา ในราคาต่ำกว่าตลาด ตั้งแต่ก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2548 แต่ไม่แจ้งการถือครองหุ้นนานถึง 7เดือน ซึ่งในเอกสารมีหลักฐานจากรมสรรพากร ในวันที่ 21 กันยายน 2549 ซึ่งลงนามโดยนางเบญจา หลุยเจริญ ในขณะนั้นเป็นที่ปรึกษาด้านพัฒนาฐานภาษี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร
โดยในแง่ของกฎหมายการซื้อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของไทย จากบริษัทผู้ขายในต่างประเทศ จะต้องเสียภาษีตามกฎหมาย ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวของนางเบญจา ชี้ให้เห็นว่ามีการช่วยเหลือโดยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และทำให้ให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157