สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุ ปีงบประมาณ 2562 ยอดขายและเช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมอยู่ที่ 2,183.6 ไร่ เพิ่มขึ้น 807 ไร่ จาก 1,376 ไร่ในปีงบประมาณ 2561 เพิ่มขึ้น 59% แบ่งเป็นพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC จำนวน 1,964 ไร่ นอกพื้นที่ EEC จำนวน 219.85 ไร่ ซึ่งในพื้นที่ EEC มียอดขายและเช่าที่ดินเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2561 ถึง 98% มีมูลค่าการลงทุนทั้งหมด 30,527.54 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงาน 5,512 คน เพิ่มขึ้น 60% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งมีการจ้างงาน 3,446 คน
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก ที่ให้ความสนใจลงทุน ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมเหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ 2.อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง 3.อุตสาหกรรมยาง พลาสติก และหนังเทียม 4.อุตสาหกรรมเครื่องยนต์ เครื่องจักร และอะไหล่ 5.อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ ส่วนประเทศที่ลงทุนในนิคมฯ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง มาเลเซีย และสหรัฐอเมริกา
สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีงบประมาณ 2563 มีทิศทางการเติบโตได้อย่างแน่นอน แม้สภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัว ค่าเงินบาทแข็งค่า สหรัฐฯ ระงับสิทธิ์ GSP ไทย รวมถึงสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีข้อยุติจะทำให้นักลงทุนพิจารณาย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนเพื่อขยายกิจการหรือตั้งโรงงานใหม่ของผู้ประกอบการรายเดิมด้วยเช่นกัน โดยกนอ.ได้มีมาตรการที่รอบคอบ และรัดกุม ในการเฝ้าติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นให้ทันท่วงที
ทีมข่าวเศรษฐกิจ เนชั่นทีวีรายงาน