เนชั่นทีวี

ข่าว

ส่งออกไทย 'โคม่า' ติดลบรอบ 4 ปี

26 ธ.ค. 2562 | rattana

ส่งออกไทย 'โคม่า' ติดลบรอบ 4 ปี

ตัวเลขการส่งออกไทย ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี 2562 พลิกติดลบในรอบ 4 ปี หลังสงครางการค้าและเงินบาทแข็งค่ากระทบหนัก ส่วนปี 2563 ยังโตต่ำเพราะปัจจัยเสี่ยงยังเข้ามากระทบ ติดตามได้จากรายงาน

เป็นที่แน่นอนแล้วว่าตัวเลขส่งออกสินค้าไทยปี 2562 จะกลับมาติดลบในรอบ 4 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2558 ที่การส่งออกติดลบ 5.78% ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าการส่งออกปี 2562 จะติดลบมากกว่า 3%
สาเหตุที่ส่งออกไทยอาการโคม่า มาจากสารพัดปัจจัยลบเข้ามากระทบ ไล่ตั้งแต่ผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวและมีผลต่อกำลังซื้อตลาดคู่ค้าสำคัญของไทย โดยเฉพาะตลาดจีนที่มีสัดส่วนต่อการส่งออกสูงถึง 12% ของมูลค่าส่งออกไทยภาพรวม ได้รับผลกระทบหนักจากการถูกสหรัฐขึ้นภาษีสินค้า ทำให้สินค้าไทยที่เป็นห่วงโซ่การผลิตหรือวัตถุดิบส่งออกไปจีนผลิตสินค้าต่างได้รับผลกระทบถ้วนหน้า
การส่งออกไทยในปี 2562 ยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงสำคัญ คือเงินบาทแข็งค่าหนักสุดในรอบ 6 ปี ส่งผลให้ผู้ส่งออกต่างร้องระงม ขอให้รัฐบาลรวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ เข้ามาดูแลเป็นการด่วน เพราะเมื่อเปรียบเทียบค่าเงินในภูมิภาคแล้ว เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วและบางช่วงแข็งค่าใกล้หลุด 30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลกระทบต่อศักยภาพการแข่งขันสินค้าไทยเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งที่มีค่าเงินแข็งค่าน้อยกว่า หรืออ่อนค่ามากกว่า
ล่าสุด มีการประเมินจากสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย หรือสรท.  ระบุ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาแล้ว 17% ในช่วง 2 ปี ส่งผลให้ภาคการส่งออกต้องสูญเสียรายได้จากอัตราแลกเฉลี่ยปีละ 2 แสนล้านบาท โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากสุด คือสินค้าที่ใช้วัตถุดิบในประเทศผลิตเป็นหลัก หรือสินค้ากษตร ซึ่งมีผลต่อกำลังซื้อกลุ่มคนฐานราก เพราะเมื่อส่งออกแข่งขันไม่ได้ ทำให้ผู้ส่งออกมีการซื้อสินค้าเกษตรมาผลิตเพื่อส่งออกลดลง 
สำหรับภาพรวมการส่งออกปี 2563 มีการคาดการณ์กันว่าจะพลิกกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง เนื่องจากการส่งออกปี 2562 ที่ติดลบน่าจะลดลงถึงจุดต่ำสุดแล้ว โดยกระทรวงพาณิชย์ประเมินการส่งออกปี 2563 เติบโต 2%  สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย คาดโต 1-3% และแบงก์ชาติมองโตแค่ 0.5% 
จะเห็นได้ว่าการส่งออกปี 2563 แม้จะขยายตัวเป็นบวก แต่เป็นอัตราโตต่ำ เนื่องจากภาคการส่งออกของไทยยังต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ต่างจากปี 2562 ทั้งเรื่องสงครามการค้า เพราะแม้สหรัฐและจีนจะทำข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างกันได้ แต่ไม่ได้เป็นการหยุดความเสียหายจากการที่สหรัฐและจีนตั้งกำแพงภาษีสินค้าใส่กันไปก่อนหน้านี้ และทิศทางค่าเงินบาทในปี 2563 ยังมีแนวโน้มแช็งค่า เพราะหลายประเทศยังคงใช้นโยบายทางการเงินและมาตรการอัดฉีดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ทำให้เงินทั่วโลกไหลเข้าออกอย่างรวดเร็ว   
คงต้องจับตาสถานการณ์ส่งออกไทยในปี 2563 ว่าจะฟื้นกลับมาเป็นบวกได้มากน้อยแค่ไหน แต่เชื่อแน่เครื่องยนต์ในการขับเครื่องเศรษฐกิจไทยปี 2563 ยังมีอาการสะดุดและฟื้นตัวช้า
ทีมข่าวเศรษฐกิจเนชั่นทีวีรายงาน

ข่าวล่าสุด