เนชั่นทีวี

ข่าว

สวนส้ม​ฉีด​แอมพิซิลลิน! เภสัชกรหวั่นแบคทีเรีย​ดื้อยา​ เปื้อนห่วงโซ่อาหาร​

25 ธ.ค. 2562 | tanpisit_ler

สวนส้ม​ฉีด​แอมพิซิลลิน! เภสัชกรหวั่นแบคทีเรีย​ดื้อยา​ เปื้อนห่วงโซ่อาหาร​

งานวิจัยคณะเภสัชศาสตร์ มช. พบ สวนส้มใช้ยาปฏิชีวนะ ความหลากหลายของเชื้อแบคทีเรียในดินน้อยมาก และพบแบคทีเรียที่ดื้อยาปฏิชีวนะในปริมาณสูง สภาพแวดล้อมในดินเปลี่ยน หวั่นแบคทีเรียที่ดื้อยาตกค้างในดินและน้ำ ปนเปื้อนเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อาหาร เร่งทำความเข้าใจเกษตรกร ดึงภาควิชาเกษตรกรรมคิดค้นนวัตกรรม ลดการพึ่งพายาปฏิชีวนะในสวนส้ม

รศ.ดร.ภญ.บุษบัน ศิริธัญญาลักษณ์ คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยผลของยาปฏิชีวนะต่อการตกค้างในผลิตภัณฑ์จากส้มเขียวหวาน ลุ่มน้ำฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนการวิจัยจาก สกสว. เปิดเผยว่า ได้ทำการศึกษาผลกระทบจากการตกค้างของยาปฏิชีวนะ แอมพิซิลลิน หรือที่รู้จักทั่วไปคือยาฆ่าเชื้อ แก้อักเสบ ที่ฉีดเข้าลำต้นส้มเขียวหวาน เพื่อรักษาโรครากเน่า โคนเน่า และโรคกรีนนิ่งส้ม หรือโรคต้นโทรม ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันมาอย่างกว้างขวาง มาเป็นเวลานาน เป็นการกำจัดโรคที่ขาดองค์ความรู้เพียงพอ 

สวนส้ม​ฉีด​แอมพิซิลลิน! เภสัชกรหวั่นแบคทีเรีย​ดื้อยา​ เปื้อนห่วงโซ่อาหาร​



ในทางเภสัชกรรมไม่แนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวนะในเกษตรกรรรม และสำหรับการรักษาโรคก็ควรใช้แต่เพียงความจำเป็นเท่านั้น และในปริมาณที่กำหนด เพื่อไม่ให้เกิดการดื้อยา โดยโครงการวิจัยนี้ภาควิชาเภสัชกรรม ได้ร่วมกับภาควิชาเกษตร เพื่อคิดค้นนวัตกรรมที่จะช่วยเกษตรกร ให้ลดการใช้ยาปฏิชีวนะในส้มเขียวหวาน

ด้าน ผศ.ดร.ภก.เฉลิมพงษ์ แสนจุ้ม ภาควิชาวิทยาศาสตร์เภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักวิจัยในโครงการดังกล่าว ระบุว่า ผลตรวจวิเคราะห์พบว่าหลังจาก 1 วันแรกที่ฉีดสารแอมพิซิลลิน จนถึง1 สัปดาห์ พบว่ามียาปฏิชีวนะตกค้างในเนื้อส้ม 18-300 PPB (หนึ่งส่วนในพันล้านส่วน) แต่ขึ้นกับปริมาณการใช้ แต่หลังผ่านไป 90 วันจะลงลง 20 PPB 

สวนส้ม​ฉีด​แอมพิซิลลิน! เภสัชกรหวั่นแบคทีเรีย​ดื้อยา​ เปื้อนห่วงโซ่อาหาร​



ระดับการปนเปื้อนยาปฏิชีวนะเพียง 20 PPB หรือหน่วย 1 ส่วนในพันล้านส่วนซึ่งต่ำกว่าค่ากำหนดสารพิษตกค้าง MRL ยืนยันว่ายังไม่ส่งผลต่อสุขภาพ ต้องกินส้มในปริมาณมาก 100 กิโลกรัมขึ้นไป จึงจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพทำให้เกิดการดื้อยา

แต่สิ่งที่มีความเป็นห่วงมากกว่า คือสวนส้มที่ใช้ยาปฏิชีวนะมาเป็นเวลานานมีความหลากหลายของเชื้อแบคทีเรียในดินน้อยมาก และพบแบคทีเรียที่ดื้อยาปฏิชีวนะในปริมาณสูง ทำให้สภาพแวดล้อมในดินเปลี่ยนไป แบคทีเรียที่ดื้อยาอาจตกค้างในดินและแหล่งน้ำรอบแปลงส้มเขียวหวาน โดยยีนดื้อยาอาจจะปนเปื้อนเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อาหาร กระทั่งเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ที่อาศัยในบริเวณโดยรอบ ซึ่งชาวสวนส้มเป็นกลุ่มเสี่ยงมากที่สุด

สวนส้ม​ฉีด​แอมพิซิลลิน! เภสัชกรหวั่นแบคทีเรีย​ดื้อยา​ เปื้อนห่วงโซ่อาหาร​



อย่างไรก็ตาม "เนชั่นทีวี" ค้นข้อมูล พบจุดเริ่มต้นของการใช้ยาปฏิชีวนะรักษาโรคต้นส้ม ย้อนไป ในปี 2511 สวนส้มบางมด ต้องปิดฉากตำนานความอร่อยด้วยอาการตายยืนต้น และทราบที่หลังว่ามันคือโรคกรีนนิ่ง (Greening) ทำให้สวนส้มเขียวหวานต้องย้ายถิ่นมีแหล่งปลุกใหม่ในทุ่งรังสิต ในพื้นที่ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี รวมถึงบางส่วนของ อ.บ้านนา จ.นครนายก

จากเหตุการณ์โรคกรีนนิ่งระบาดหนักในสวนส้มบางมด ทำให้ รศ.ดร.อำไพวรรณ ภราดร์นุวัฒน์ ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำวิจัยเพื่อหาแนวทางเอาชนะโรคที่กำลังระบาด หลังจากทราบจากงานวิจัยในปี 2517 ว่า ต้นส้มที่ยืนต้นตายนั้นคือเป็นโรคกรีนนิ่ง เวลาผ่านไปกว่า 30 ปี ได้พบว่า "แอมพิซิลีน" ยาปฏิชีวนะที่รักษาโรคอักเสบในคน สามารถรักษาโรคในต้นส้มได้ โดยมีงานวิทยานิพนธ์ เกี่ยวกับโรคในส้ม และแนวทางเอาชนะของโรคกรีนนิ่ง ออกมา

ข่าวล่าสุด