นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่2563 บริษัทผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทุกโครงการในความรับผิดชอบของ รฟม.ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต สะพานใหม่ คูคต โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ส่วนตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว สําโรงจะทยอยหยุดปฏิบัติงานในพื้นที่ก่อสร้างในระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 2562-2 ม.ค. 2563 เพื่อให้แรงงานได้เดินทางกลับภูมิลำเนาและให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่2563 ได้โดยสะดวก พร้อมกันนี้ รฟม. ได้กำชับให้ผู้รับจ้างก่อสร้างฯดำเนินการตามมาตรการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในบริเวณพื้นที่ก่อสร้างโดยเฉพาะโครงการที่มีแนวเส้นทางสัญจรจากกรุงเทพมหานครออกสู่ภูมิภาคอื่นๆได้ ดังนี้
1.ดำเนินการคืนผิวจราจรในแนวเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าโดยให้ผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทุกโครงการปรับลดแนวแบริเออร์เพื่อเพิ่มผิวการจราจรในแนวพื้นที่ก่อสร้างทำความสะอาดพื้นผิวจราจร ตรวจสอบและซ่อมแซมสภาพผิวจราจรให้เรียบร้อยจัดแนวแบริเออร์ให้เป็นระเบียบ จัดทำป้ายเตือน ป้ายทางเบี่ยงทางเลี่ยงและปิดกั้นแนวรั้วคอนกรีตบริเวณจุดที่เป็นอันตรายให้เรียบร้อยรวมถึงติดตั้งไฟส่องสว่างให้ชัดเจนอาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต สะพานใหม่ คูคต ซึ่งผู้รับจ้างก่อสร้างฯได้ดำเนินการปรับปรุงสภาพผิวจราจรในแนวถนนพหลโยธินและถนน ลำลูกกาตั้งแต่บริเวณหมอชิต ห้าแยกลาดพร้าว แยกรัชโยธิน แยกเกษตร วงเวียนหลักสี่ตลาดยิ่งเจริญ แยกพลาธิการทหารอากาศ โรงพยาบาลภูมิพลอดุยเดช พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและ แยก คปอ. โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย มีนบุรีซึ่งผู้รับจ้างได้ดำเนินการปรับแนวแบริเออร์บริเวณเชิงสะพานข้ามแยกศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาเพื่อคืนช่องจราจรเพิ่มเป็น 2 ช่องจราจรทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้โดยสะดวกและปลอดภัย2.ดำเนินมาตรการความปลอดภัยในบริเวณพื้นที่ก่อสร้างโดยให้ผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทุกโครงการตรวจสอบและจัดสภาพหน้างานให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยเช่น การจัดการพื้นที่ปิดปากบ่อ หลุม และช่องเปิดต่างๆการจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักร ให้เรียบร้อยและปลอดภัยไม่กีดขวางการจราจรการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและการจัดเก็บวัตถุไวไฟหรือสารไวไฟให้เรียบร้อยรวมถึงการจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและจัดเตรียมอุปกรณ์ด้านจราจรเพื่อเตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินรวมทั้งป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น