เนชั่นทีวี

ข่าว

จับตาศาลปกครองสูงสุดชี้ขาดคดี 'อู่ตะเภา'

25 ธ.ค. 2562 | rattana

จับตาศาลปกครองสูงสุดชี้ขาดคดี 'อู่ตะเภา'

คดีพิพาทในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก หรือ Eastern Airport City วงเงิน 2.9 แสนล้านบาท ระหว่างกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัทธนโฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร หรือกลุ่มซีพี กับคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนฯ ซึ่งมี พลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือเป็นประธาน อยู่ระหว่างรอคำตัดสินจากศาลปกครองสูงสุด ในขณะที่กองทัพเรือเสนอให้ศาลปกครองสูงสุดพิจารณารับคดีนี้เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของประธานศาลปกครองสูงสุดว่าจะรับพิจารณาข้อเสนอของกองทัพเรือหรือไม่

สำหรับขั้นตอนขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาขององค์คณะผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุดจำนวน 5 คน ซึ่งจะต้องส่งคำพิพากษาให้ประธานศาลปกครองสูงสุดตรวจคำพิพากษา ถ้าประธานศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยแล้วเห็นควรให้นำคดีเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดพิจารณา ก็จะมีคำสั่งเรียกที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดต่อไป
แต่จนถึงขณะนี้ องค์คณะศาลปกครองสูงสุด 5 คน ยังไม่ได้นัดกำหนดวันฟังคำพิพากษา และประธานศาลปกครองสูงสุดก็ยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยให้นำคดีเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดแต่อย่างใด
สำหรับการนำคดีเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดลงมติวินิจฉัย มีทั้งกรณีวินิจฉัยปัญหาใดปัญหาหนึ่งในคดี หรือวินิจฉัยลงมติคงคำพิพากษาคดีนั้นๆ ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยขององค์คณะตุลาการศาลปกครองสูงสุดเจ้าของสำนวนทั้่ง 5 คน
โดยอำนาจการนำคดีเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เป็นของประธานศาลปกครองสูงสุด ซึ่งบัญญัติอยู่ ใน พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง มาตรา 68 ที่ระบุว่า หากประธานศาลปกครองสูงสุด เห็นสมควรจะให้มีการวินิจฉัยปัญหาใดปัญหาหนึ่ง หรือคดีใดคดีหนึ่งสามารถเรียกประชุมได้
ขณะที่แวดวงผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายให้ความเห็นว่าคดีพิพาทอู่ตะเภามีองค์ประกอบที่สามารถนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดได้ตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543 มาตรา 94 ที่กำหนดว่าเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมากหรือประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ รวมทั้งเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์สูง 
หลังจากนี้ต้องติดตามกันต่อไปว่าประธานศาลปกครองสูงสุดจะมีคำวินิจฉัยอย่างไร แต่ที่แน่นอนที่สุดคือคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดในคดีอู่ตะเภา จะเป็นบรรทัดฐานในการประมูลโครงการของรัฐในอนาคต ว่าการยื่นซองประมูลล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนด จะถือเป็นสาระสำคัญหรือไม่ อย่างไร 

มาติดคดีประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินมูลค่าหลายแสนล้าน ที่กลุ่มซีพียื่นฟ้องคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ต่อศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีรับซองข้อเสนอของผู้ฟ้องคดีบางรายการได้แก่ข้อเสนอกล่องที่ 6 ด้านข้อเสนอทางเทคนิคและแผนธุรกิจ และข้อเสนอกล่องที่ 9 ด้านราคา
 ก่อนหน้านี้ตุลาการผู้แถลงคดีได้พิจารณาคำฟ้องของบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี 2. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) 4. บี.กริม จอยน์ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด และ 5. Orient Success International Limited ผู้ฟ้องคดีทั้ง 5 และคำให้การคัดค้านของ คณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ผู้ถูกฟ้องคดี ประกอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว มีความเห็นว่าโครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ การจะดำเนินการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดรับเอกสาร ต้องมีกระบวนการที่ชัดเจน มีการแจ้งให้ผู้เข้าร่วมประมูลทราบล่วงหน้า เพื่อความโปร่งใส แต่ตามข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่ามีกระบวนการรับและตรวจเอกสารโดยวิธีการใดอย่างชัดเจน จึงเสนอให้องค์คณะศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับคำพิพากษาศาลปกครองกลาง
 แต่ทั้งนี้ ความเห็นของตุลาการผู้แถลงคดีนั้นเป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนตัว ไม่มีผลผูกพันธ์คำตัดสินขององค์คณะผู้พิพากษาที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับตุลาการผู้แถลงคดีก็ได้
 โดยจากการตรวจสอบความคืบหน้าคดีล่าสุดวันนี้ องค์คณะผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุด ยังไม่มีคำสั่งนัดฟังคำพิพากษาออกมา คาดว่าคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาขององค์คณะผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุด
 ส่วนกรณีที่ผู้แทนของคณะกรรมการคัดเลือกโครงการฯ ผู้ถูกฟ้องคดีจะยื่นคำร้องขอให้องค์คณะผู้พิพากษาศาลปกครองสุงสุดส่งคดีนี้เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด พิจารณาวินิจฉัยลงมติชี้ขาด ก็สามารถทำได้ ซึ่งเป็นอำนาจของประธานศาลปกครองสูงสุด พิจารณาว่า จะนำคดีนี้เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดหรือไม่

ข่าวล่าสุด