สภาพแม่น้ำปิงบางช่วงจึงอยู่ในภาวะแห้งขอด จนสันดอนดินโผล่ให้เห็น และสามารถเดินข้ามไปไปถ่ายรูปได้ ชาวบ้านที่อยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำปิง ได้รับการแจ้งเตือนงดการทำนาปรัง เพราะน้ำจะเหลือเพียงแค่ไว้ใช้อุปโภคบริโภคเท่านั้น
ภาพของ "แม่น้ำปิง" ที่แห้งขอดจน "วชิรวิทย์รายวัน" สามารถลงไปรายงานข้าวกลางแม่น้ำได้ เป็นผลกระทบที่ปรากฏให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม และมันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง เพราะนี่ยังไม่ทันจะข้ามปี 2563 ก็ปรากฏสภาพแห้งแล้งอย่างหนักในหลายพื้นที่
ชุมชนหมู่บ้านที่อยู่บนพื้นที่สูง "ประปาภูเขา" เริ่มแห้งขอดก่อนถึงช่วงฤดูแล้งตามปกติ "ภัยแล้ง" เป็นภัยธรรมชาติ ที่เป็น "ภัยเงียบ" แบบที่ค่อยๆคืบคลานเข้ามา ต่างจาก "น้ำท่วม" ที่เห็นผลกระทบทันที
และเมื่อน้ำต้นทุน หนึ่งในแม่น้ำสายหลักที่รวมเป็น "แม่น้ำเจ้าพระยา" เหลือน้อยนั่นก็หมายความว่าลุ้มน้ำเจ้าพระยา จะประสบกับวิกฤตภัยแล้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ซาวนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับการปฏิเสธจากกรมชลประทาน ส่งน้ำเข้านา ข้าวบางส่วนกำลังยืนต้นตาย และแม้จะมีการประกาศไปก่อนหน้านี้ว่าห้ามทำนาปรัง เพราะปี 2563 จะเกิดภัยแล้ง แต่ชาวนาก็ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือก ทำนาเป็นอาชีพเดียวที่จะหาเงินได้
"น้ำ" ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเกษตรกรกว่าครึ่งค่อนประเทศ ยังไม่มีใครรู้ว่าจะคิดภัยแล้งรอบใหม่ที่จะยาวนานและอาจรุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ กี่หมื่นกี่แสนล้านบาท ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ภัยแล้งยิ่งมาซ้ำเติมให้เลวร้ายลง
นอกจากผลกระทบด้านเกษตรกรรมแล้ว เมื่อน้ำในอม่น้ำเจ้าพระยามีน้อย ก็ทำให้เกิดน้ำเค็มรุกเข้ามา ที่น่าเป็นห่วงสุดคือ "สถานีสูบน้ำสำแล" ซึ่งเป็นสถานีสูบน้ำดิบผลิตน้ำประปา บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงจังหวัดปทุมธานี อยู่ห่างจากปากแม่น้ำบริเวณอ่าวไทยมากแล้ว แต่ปัญหาภัยแล้งจะทำให้ไม่มีน้ำจืดมาดันน้ำเค็ม น้ำเค็มก็รุกเข้ามาจนน้ำดิบผลิตประปามีค่าความเค็มเกินมาตรฐาน
ในระยะยาวประชากร และอุตสาหกรรมที่เติบโตขึ้นทำให้ความต้องการใช้น้ำมีมากขึ้น ขณะที่ต้นทุนน้ำยังมีเท่าเดิม และถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาภัยธรรมชาติ จึงเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับรัฐบาลในการบริหารจัดการน้ำที่ยังคงคิดมาทุกรัฐบาลโดย ต่างก็มีโครงการ Mega project ที่เกี่ยวกับทั้งแก้ปัญหาน้ำท่วมและแล้ง ที่วนเวียนสลับอยู่เช่นนี้จากภาวะโลกร้อน สภาพอากาศแปรปวน
การเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนใหญ่ เช่น "เขื่อนภูมิพล" ด้วยการผันน้ำจากแม่น้ำยวมปีละ 1,600 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยจะมีการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำยวม เพื่อยกระดับน้ำให้สูงขึ้น ส่งน้ำจากอุโมงค์ แบบแรงโน้มถ่วงมาเติมเขื่อนภูมิพล เฉพาะในช่วงเดือน มิถุนายนไปจนถึงมกราคมเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่มีปริมาณน้ำมากเกินความต้องการในพื้นที่
และอีกโครงการขนาดใหญ่คือการผันน้ำโขงลงสู่แม่น้ำสาขา เลย ชี มูลเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและเติมเข้า "เขื่อนอุบลรัตน์" ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็ใช้วิธีการผันน้ำข้ามมาด้วยเช่นเดียวกัน
แต่วิธีการ แก้ปัญหาเอาชนะธรรมชาติดังกล่าว ก็ยังคงเป็นข้อถกเถียงหรือว่าคุ้มค่าและจะประสบความสำเร็จหรือไม่
#วชิรวิทย์ #วชิรวิทย์รายวัน #Vajiravit #VajiravitDaily #Nation #NationTV