23 ธ.ค. 62 - ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี ลงพื้นที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ สุ่มสำรวจโรงเรียนขนาดเล็ก ที่เข้าเกณฑ์ถูกควบรวมตามมติครม. โรงเรียนวัดพุทธนิมิต ต.สบเตี๊ยะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ อยู่ในเกณฑ์โรงเรียนขนาดเล็ก มีเด็กนักเรียนจำนวน 37 คน และครู 6 คน
แหล่งข่าวโรงเรียนขนาดเล็กรายหนึ่ง กล่าวว่า โรงเรียนเข้าเกณฑ์ที่จะถูกยุบตามมติครม. ซึ่งระบุอยู่ในแผนควบรวมโรงเรียน ของเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่เขต 6 ในปีการศึกษา 2563
"แม้จะใกล้หมดปี 2562 และกำลังจะเข้าสู่ปี 2563 แต่ยังไม่มีคำสั่งลงมาอย่างชัดเจนว่าโรงเรียนต้องยุติการเรียนการสอนเมื่อใด แต่ที่แน่นอนแล้ว คือมีการตัดงบ ครุภัณฑ์เบิกจ่ายในปีการศึกษา 2563 เป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่มีหนังสือ แจ้งจากเขตพื้นที่การศึกษา เรื่องมติครม. ควบรวมโรงเรียน"
แหล่งข่าว บอกต่อว่า หลังได้รับหนังสือแจ้งจากเขต มีการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา ผลที่ประชุมไม่เห็นด้วยต่อการควบรวม ซึ่งได้ส่งต่อข้อมูลให้ทางเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่เขต 6 พิจารณามติของคณะกรรมการสถานศึกษาดังกล่าว
ด้ายนายอุตสา วงศ์วรรณ อายุ 62 ศิษย์เก่าโรงเรียนวัดพุทธนิมิตร ชาวบ้าน ต.สบเตี๊ยะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่กล่าวว่า ชาวบ้านในพื้นที่ไม่ต้องการให้โรงเรียนถูกยุบจึงมีการลงมติผ่านคณะกรรมการสถานศึกษา ซึ่งเห็นว่างบประมาณของประเทศ มีไปใช้หลายส่วน เหตุใดทำไมจึงไม่ส่งเสริมการมีอยู่ของโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง นอกจากนี้โรงเรียนขนาดเล็ก ยังสามารถแก้ปัญหาเด็กที่มีปัญหาทางครอบครัวอย่างทั่วถึง และช่วยให้เด็กไม่ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาจนกลายเป็นปัญหาสังคม
"ชาวบ้านคนอื่นๆพร้อมต่อสู้ คัดค้านการยุบโรงเรียน แม้จะทราบว่าโรงเรียน จะถูกตัดงบประมาณเบิกจ่ายด้านครุภัณฑ์ไปแล้ว แต่ชาวบ้านก็จะร่วมกันลงขันรวมเงินที่จะทำนุบำรุงให้โรงเรียนมีอยู่ต่อไป" นายอุตสา กล่าวและว่าการที่ชาวบ้านจะต้องออกมาลงเงินรวมลงขันเพื่อโรงเรียน รู้สึกน้อยใจที่รัฐไม่เห็นคุณค่าต่อการศึกษาในระดับพื้นที่ท้องถิ่น
เช่นเดียวกับที่ โรงเรียนบ้านหนองคัน ต.แม่สอย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ นายประสิทธิ์ สิงห์หล้า ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองคัน ระบุว่า โรงเรียนมีเด็กอยู่ 42 คน และครู 6 คน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับ มีผลสอบ o-net เกินเกณฑ์มาตรฐานระดับชาติ ซึ่งการเป็นโรงเรียนขนาดเล็กไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษา เนื่องจากคุณครู ตั้งใจวางแผนการสอน และใช้นวัตกรรมต่างๆ เช่นครูตู้ DLTV และ YouTube ในอินเตอร์เน็ต เป็นสื่อการเรียนการสอน และด้วยจำนวนเด็กที่มีน้อยทำให้ครูเข้าถึงเด็กแบบตัวต่อตัว
"แม้จะเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีครูไม่ครบตาม 8 กลุ่มสาระวิชา แต่ก็ครบในระดับช่วงชั้น และแม้ว่าครูแต่ละคนอาจจะไม่มีความถนัดครบทั้ง 8 กลุ่มสาระแต่ก็สามารถแบ่งภาระงานเพื่อทำแผนการสอนได้" ผอ.โรงเรียนบ้านหนองคันกล่าว และบอกว่า สาเหตุที่ทำให้จำนวนเด็กลดลงไม่ใช่เพราะผู้ปกครองในชุมชนไม่เชื่อมั่นในคุณภาพการศึกษา แต่เกิดจากอัตราการเกิดลดลงเป็นสาเหตุหลัก
นายประสิทธิ์บอกว่า คุณภาพการศึกษาไม่ได้อยู่ที่ขนาดของโรงเรียน ทั้งนี้โรงเรียนขนาดใหญ่ ยังมีเด็กหลังห้องที่ถูกละเลยทอดทิ้ง แต่ในโรงเรียนขนาดเล็ก คุณครูและผู้ปกครองจะถึงกันสามารถแก้ปัญหาแก่เด็กที่มีปัญหาครอบครัวอย่างทั่วถึง
"โรงเรียนประถมเป็นโรงเรียนที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมากในการผลิตพลเมืองของประเทศ พัฒนาการของเด็กในช่วงอนุบาลถึงป.6 มีความสำคัญอย่างยิ่ง ถ้าหากพ้นจากช่วงป.6 ไปแล้ว ในชั้นมัธยมการจะปลูกฝั่งคุณธรรมยาก"
ผอ.ประสิทธิ์ บอกว่า ถ้ามองในมุมเศรษฐกิจการควบรวมโรงเรียนอาจคุ้มค่า แต่การดูแลเด็กไม่ว่าจะกี่คนก็ไม่สามารถประเมินเป็นตัวเลขได้ อย่างน้อยการยุบโรงเรียนขนาดเล็กไม่ส่งผลดีต่อชุมชน และการตัดสินใจจะยุบ หรือไม่ยุบโรงเรียน ควรให้ชุมชนเป็นผู้กำหนด
สำหรับโรงเรียนบ้านหนองคัน อยู่ในแผนควบรวมโรงเรียนในปี 2564 หลังมีมติครม.ออกมา ได้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อลงมติร่วมกัน ว่าไม่ต้องการให้ควบรวมโรงเรียน เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลคือ 1) โรงเรียนบ้านหนองคันเป็นโรงเรียนที่มีการบริหารจัดการที่ดีมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาให้อยู่ในระดับที่ดีอย่างเห็นได้ชัด 2) หากเกิดการควบรวม ผู้ปกครองของนักเรียนมีความเป็นห่วงด้านความปลอดภัย ซึ่งนักเรียนต้องเดินทางไปเรียนต่างหมู่บ้าน ซึ่งไกลจากการเดินทางมาโรงเรียนตามปกติมาก
3) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปโรงเรียนของนักเรียน หากเกิดการควบรวม จะเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าเดินทางให้กับผู้ปกครอง 4) ความสัมพันธ์ที่ดีของชุมชนกับโรงเรียน เดิมโรงเรียนบ้านหนองคันกับชุมชนหนองคันนั้นเป็นมีความสัมพันธ์ที่ดี เป็นสังคมที่เกื้อกูลทั้งหมู่บ้าน วัด และโรงเรียน ดังที่เรียกว่า "บวร" ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและช่วยเหลือกันในทุกด้าน
และ 5) การอบรมคุณธรรมจริยธรรมนักเรียนจากท่านพระครูสุพจน์ ปัญญาวุธ เจ้าอาวาสวัดหนองคัน เจ้าคณะตำบลแม่สอย ที่ได้ให้การอบรมคุณธรรม ส่งผลให้นักเรียนรุ่นใหม่ใกล้ชิดกับวัดมากขึ้น และช่วยให้นักเรียนมีคุณธรรมจริยธรรมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ
ปัจจุบันโรงเรียนได้รับงบรายหัว และงบคุรุภัณฑ์ จากทางกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการ บูรณะโรงเรียน และจ้างครูเพิ่ม ทำให้ชุมชนต้องรวมตัวกันบริจาค ผ่านการทอดผ้าป่าการศึกษา
โดยทางโรงเรียนแจ้งความประสงค์ขอรับบริจาคเงินเพื่อก่อสร้าง อาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งปัจจุบันทรุดโทรมอย่างมาก สามารถบริจาคสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนได้ ผ่าน ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี "รายได้สถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองคัน" เลขที่บัญชี 526 0689585
ด้านนายทวี ศักดิ์บุญ อายุ 77 ปี ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านหนองคัน และชาวบ้านชุมชนหนองคัน ต.แม่สอย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ หนึ่งในคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองคัน กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการยุบควบรวมโรงเรียน เพราะจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง โรงเรียนกับชุมชนขาดหายไป ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้ถือว่ามีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ชุมชน เพราะเป็นโรงเรียนที่ตั้งมานาน และลูกหลานก็เรียนมาจากโรงเรียนนี้
"เชื่อมั่นในการเรียนการสอนของโรงเรียน ทุกวันนี้อาสามาเป็นคนตัดผมให้กับเด็กๆโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งพร้อมที่จะสนับสนุนโรงเรียนทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินทอง หรือกำลัง แต่ขอให้โรงเรียนอยู่คู่ชุมชนต่อไป เพื่อให้เด็กได้ในพื้นที่ ได้มีโอกาสได้เรียนโรงเรียนใกล้บ้านที่มีคุณภาพการสอนที่ดี" นายทวี กล่าว