เนชั่นทีวี

ข่าว

เอฟทีเอดันไทยขึ้นแท่นส่งออกอันดับ6ผลไม้โลก

18 ธ.ค. 2562 | orawan_jan

เอฟทีเอดันไทยขึ้นแท่นส่งออกอันดับ6ผลไม้โลก

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ปลื้มผลไม้ไทยเนื้อหอม เหตุเอฟทีเอช่วยดันส่งออกเติบโตก้าวกระโดด ทำยอด 10 เดือนแรกปี 2562 พุ่งแตะหลัก 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขึ้นแท่นผู้ส่งออกผลไม้เบอร์ 6 โลก พร้อมแนะผู้ประกอบการเกาะกระแสรักสุขภาพ ใช้เอฟทีเอช่วยส่งออกต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และรักษามาตรฐานสินค้า

นางอรมนทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯติดตามผลการส่งออกผลไม้ของไทยไปยังตลาดโลก พบว่าท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวซึ่งส่งผลให้การส่งออกสินค้าในภาพรวมของทั่วโลกล้วนหดตัวนั้นสินค้าผลไม้ของไทยยังคงครองความนิยม มียอดการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่องสาเหตุหนึ่งมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันหันมาบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้นประกอบกับผลไม้ไทยได้รับสิทธิประโยชน์ภายใต้เอฟทีเอที่ช่วยลดและยกเลิกภาษีนำเข้าในประเทศคู่ค้าทำให้ผลไม้ไทยได้แต้มต่อและมีโอกาสในการแข่งขันมากขึ้นโดยเอฟทีเอที่ไทยมีอยู่ในปัจจุบันนั้น มีผลให้ 6 ประเทศ ได้แก่ จีน ออสเตรเลียนิวซีแลนด์ ชิลี เปรู และฮ่องกง ยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรนำเข้าผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและผลไม้แห้งของไทยทุกรายการแล้ว

เอฟทีเอดันไทยขึ้นแท่นส่งออกอันดับ6ผลไม้โลก

ส่วนคู่เอฟทีเอที่เหลือ อาทิ เช่น ญี่ปุ่นเกาหลีใต้ อินเดีย และมาเลเซีย ต่างทยอยลดเลิกภาษีนำเข้าผลไม้ส่วนใหญ่แล้วเช่นกันคงเหลือการเก็บภาษีเพียงบางรายการเท่านั้น ทำให้ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2562(มกราคม-ตุลาคม) ส่งผลให้ไทยขยับอันดับจากประเทศผู้ส่งออกผลไม้จากอันดับที่ 10ของโลกในปี 2561 เป็นผู้ส่งออกผลไม้อันดับที่ 6 ของโลก รองจากสเปน เนเธอร์แลนด์เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา และชิลี มีมูลค่าการส่งออกผลไม้สู่ตลาดโลกพุ่งสูงถึง 3,213ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตกว่าช่วงเดียวกันของปี 2561 ถึงร้อยละ 41 มีตลาดส่งออกหลักได้แก่ อาเซียน และจีน รวมมูลค่าการส่งออกผลไม้ไทยไปอาเซียนและจีนมีมูลค่าสูงถึง2,690 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 84 ของการส่งออกผลไม้ไทยไปตลาดโลกผลไม้ไทยที่กำลังเนื้อหอมคือกลุ่มผลไม้เมืองร้อน เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไยซึ่งไทยครองความเป็นผู้นำการส่งออกอันดับหนึ่งของโลกอีกด้วย
นางอรมนเสริมว่า กระแสการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่นับวันยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นนั้นเป็นโอกาสทองที่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยจะขยายการส่งออกผลไม้ไปยังต่างประเทศได้เพิ่มขึ้นทั้งนี้ เพื่อให้ผลไม้ไทยครองใจผู้บริโภคได้เกษตรกรควรรักษามาตรฐานสินค้าให้สอดคล้องกับหลักการสากลด้านมาตรฐานสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชพัฒนาคุณภาพการผลิตตามความต้องการของตลาดที่ปัจจุบันนิยมผลไม้ปลอดสารพิษหรือเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้นรวมทั้งสร้างเอกลักษณ์ พัฒนาสร้างตราสินค้าหรือแบรนด์ของผลไม้เป็นของตนเองเพื่อสร้างความแตกต่างจากผลไม้ของประเทศอื่นเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคอันจะนำไปสู่การครอบครองตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้นให้สินค้าผลไม้ไทยได้

ข่าวล่าสุด