เจ้าของเรื่อง ยัน ถูกไล่จริงอย่างใน "The Cave นางนอน" นำเสนอ
30 พ.ย. 2562

เจ้าของเรื่องจริงอย่าง อาจารย์อดิสรณ์ ศิรินันทพร ยืนยัน ถูกพูดว่า "กลับไปเก่งที่นครปฐม" จริง ย้ำวางงานทุกอย่างไว้เบื้องหลัง และพยายามทุกทางเพื่อช่วยทีม "13 หมูป่า"
ข่าว
30 พ.ย. 2562

เจ้าของเรื่องจริงอย่าง อาจารย์อดิสรณ์ ศิรินันทพร ยืนยัน ถูกพูดว่า "กลับไปเก่งที่นครปฐม" จริง ย้ำวางงานทุกอย่างไว้เบื้องหลัง และพยายามทุกทางเพื่อช่วยทีม "13 หมูป่า"
จากกรณีที่ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับทีมสูบน้ำที่ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ในภาพยนตร์ "The Cave นางนอน" ไปก่อนหน้านี้นั้น
อ่านข่าว >> ทีมสูบน้ำถ้ำหลวง แจงฉากไล่กลับนครปฐม ในหนัง The Cave นางนอน เกิดขึ้นจริง
อาจารย์อดิสรณ์ ศิรินันทพร ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำจากจังหวัดนครปฐม เจ้าของเรื่องจริง จากภาพยนตร์เรื่อง The Cave นางนอน ได้เปิดใจผ่านรายการ "คุยแซ่บโชว์" ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ที่มี ท๊อป-ดาราณีนุช และ พีเค-ปิยวัฒน์ เป็นพิธีกรรายการ
อาจารย์อดิสรณ์ ศิรินันทพร เปิดเผยว่า ด้วยความที่ตนเองเป็นวิทยากรอิสระ จึงรู้จักคนมาก ขณะนั้นมีการประกาศเรื่องน้ำระหว่างที่มีข่าว "ทีมหมูป่าอะคาเดมี" ติดถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนถึงแม้ตนจะเป็นคนนครปฐมก็ตาม แต่อยู่คนละทีมกับ "ทีมท่อซิ่ง พญานาค" จากจังหวัดนครปฐมจึงโทรหาผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เชียงรายว่ามีเครื่องสูบน้ำนี้อยู่ และประสานผู้ใหญ่ทางจังหวัดเพชรบุรีเพื่อนำเครื่องเทอร์โบเจ็ทไปช่วย เนื่องจากเจ้าเครื่องนี้มีอยู่ไม่กี่เครื่องในประเทศไทย เร่งประสานไปหน่วยงานราชการ และได้รับอนุมัติ
ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำจากจังหวัดนครปฐม กล่าวต่อไปว่า เดิมทีมีเครื่องสูบน้ำเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว แต่เครื่องดังกล่าวไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะสูบน้ำออกได้หมด ต้องใช้เครื่องเทอร์โบเจ็ทด้วย จึงนำเรื่องนี้ประสานผู้ใหญ่ที่อยู่หน้างาน พร้อมนำหลักวิชาการมาอธิบายว่าเทอร์โบเจ็ทสูบน้ำได้ปริมาณเท่าไร แต่ที่เกิดประเด็นดราม่า"กลับไปเก่งที่นครปฐม" เพราะว่า เทอร์โบเจ็ทมีทั้งหมด 13 เครื่อง อยู่หน้างานแล้ว 3 เครื่อง ส่วนอีก 10 เครื่องอยู่ที่ จ.ลพบุรี
อาจารย์อดิสรณ์ ยืนยันว่า นายทหารคนที่พูดว่า"กลับไปเก่งที่นครปฐม" ให้เหตุผลมาว่า หน้าถ้ำมีนักวิชาการเยอะ จะพูดอะไรต้องมีหลักวิชาการมารองรับ การที่นำเครื่องสูบน้ำมา มันเหมือนไปแทรกแซงเครื่องสูบที่กำลังทำงานอยู่ ตนจึงบอกว่า เครื่องสูบน้ำที่กำลังใช้อยู่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะสูบน้ำในถ้ำออกมาได้หมด ทั้งนี้ ตนบอกว่ารู้สึกเสียใจใจที่มีคนพูดแบบนั้น พอผู้ใหญ่ทางเพชรบุรีทราบเรื่องก็น้ำตาไหลและเสียใจไม่ต่างกัน จึงถอดใจกลับไปที่นครปฐม
"เสียใจมากๆ กับสิ่งที่ได้ยินจากคนที่เราคิดว่าน่าจะตัดสินใจในการเอาเครื่องของเราลงไปได้ พอผมอธิบายเขาบอกผมว่าหลักการคุณเก่งมากเลย คุณเก่งอย่างนี้ คุณกลับไปเก่งที่นครปฐม โห...มันเจ็บ แต่ต้องบอกก่อนว่าคำว่านครปฐมนี่ บอกเขาว่าผมมาจากนครปฐม ผมเอาเครื่องสูบน้ำมาจากเพชรบุรีมาช่วย"อาจารย์อดิศร กล่าวในรายการชื่อดัง
อาจารย์อดิสรณ์ กล่าวต่ออีกว่า ติดต่อเจ้าของเครื่องสูบน้ำกว่าร้อยสาย แต่ไม่มีคนรับ ครอบครัวของทีม 13 หมูป่า นำหัวหมูและผลไม้ไปแก้บน ตนจึงเปิดหลังรถ และครอบครัวนั้นเกิดความสงสัย ตนจึงตอบไปว่าเป็นท่อสูบน้ำที่นำมาช่วยเด็ก แต่นำเครื่องลงไม่ได้ ครอบครัวจึงโทรประสานเจ้าของเครื่อง ขอร้องให้้ช่วยเด็ก จึงวนกลับมาที่หน้าถ้ำ ถึงหน้าถ้ำแล้วเจ้าหน้าที่หน่วยหนึ่งที่อยู่ในถ้ำก็อนุญาตให้นำเครื่องสูบน้ำลงได้
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำย้ำว่า ทีมตนไม่ใช่ทีมที่ทำภารกิจสำเร็จ ยังมีทีมรังนกและทีมพญานาคอีก แต่ 2 ทีมนั้นออกสื่อจนเป็นที่รู้จักแล้ว ส่วนทีมตนไม่ได้หวังอะไรจากการทำภารกิจครั้งนี้ แต่ผู้กำกับเลือกประเด็นมาทำ เพราะเห็นว่ากว่าจะนำเครื่องสูบเข้าไปทำงานได้ มันมีความยากลำบาก และทราบเรื่องเครื่องสูบน้ำเทอร์โบเจ็ทนี้ด้วย แต่ถ้าไม่มีทีมสูบน้ำอีก2ทีมดังกล่าวน้ำในถ้ำอาจย้อนกลับมาที่เดิม ทุกคนทำงานร่วมกัน ตนแค่เป็นหนึ่งในทีมงานชุดนั้น
อาจารย์อดิสรณ์ กล่าวต่อไปว่า "ทอม วอลเลอร์" ผู้กำกับหนังทราบเรื่องจึงติดต่อมา โดยให้เหตุผลว่า อาจารย์อดิศรณ์เป็นตัวแปรสำคัญในเรื่อง และผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำได้กล่าวทิ้งท้ายว่า หนังเรื่องนี้ถ้าคนมองในแง่บอกก็ดี แต่ถ้าคนมองแง่ลบก็เหมือนว่าภาพลักษณ์ของราชการไม่ดี ก่อให้เกิดความเสียหายหรือเปล่า จึงขอเรียนตรงนี้ว่า หน่วยงานราชการ99% เป็นคนดี
ข่าวล่าสุด