ส่วนหลักฐานเด็ดนั้นก็คือ อธิบดีกรมป่าไม้เป็นคนพูดเองว่า นางสาวปารีณาบุกรุกที่ดินจำนวน 46 ไร่ ยืนยันต่อหน้าสื่อมวลชนว่าที่ดินมีการบุกรุกแล้ว 46 ไร่ ไม่ว่าจะบุกรุกจำนวนเท่าไหร่ นางสาวปารีณาก็มีความผิดแล้ว แต่ตอนนี้พยายามจะบอกว่าพ่อเป็นคนซื้อ ลูกไปแจ้ง ป.ป.ช.อันเป็นเท็จหรือป่าว และพยายามดูเรื่องอายุความ ก็จะสู้เรื่องอายุความกัน เป็นเทคนิคง่ายๆของการเป็นกุนซือของการที่คนจะวางแผนอย่างนั้น
นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น คปต. กล่าวที่หน้าฟาร์มไก่ ว่า เป็นอีกวันที่ได้ลงมารังวัดตามที่นางสาวปารีณาได้ทำหนังสือขอไป เลยต้องมาติดตามดูการทำงานของทางป่าไม้และ ส.ป.ก. ซึ่งคาดว่าทาง ส.ป.ก.จะลงพื้นที่ด้วย โดยจะดูว่าเขาจะตรวจเต็มพื้นที่หรือไม่ และตรวจได้มากแค่ไหนคงต้องติดตามดูกัน และจะดูเรื่องการสรุปผลต่อวันอย่างไร เหมือนเมื่อวันที่ 24 พย. ที่ผ่านมา หลังตรวจสอบแล้วก็จะแถลงข่าวให้รู้ของแต่ละหน่วยงาน
ส่วนตัวไม่ได้สนใจว่าเป็น ส.ป.ก. เพราะเป็นพื้นที่ ส.ป.ก.ไม่ได้ อำนาจในการตรวจสอบลงโทษนั้นยังเป็นไปตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 กับ พรบ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 เท่านั้น การที่จะเอาผิดกับคนที่บุกรุกจะมีจำนวนกี่ไร่นั้นจะมีกฎหมายอยู่ 2 พระราชบัญญัตินี้เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ส.ป.ก.เลย ส่วนอายุความนั้นตราบใดที่ยังมีการบุกรุกครอบครองก็มีอายุความเอาผิดได้ตลอดเลย ถึงแม้จะสละการครอบครองออกไปก็ยังมีอายุความต่อไปอีก 15 ปี ในการที่จะเอาผิด เป็นความผิดทางอาญาเท่านั้น แล้วเรื่องของนางสาวปารีณานั้นทางรัฐมนตรีถึงกับลงมากำกับดูเอง แต่ทีชาวบ้านถูกป่าไม้จับ ซึ่งชาวบ้านไม่ได้ครอบครองที่เลย แค่ไปเช้าเย็นกลับ ไปหาของป่า เจอเจ้าหน้าที่ป่าไม้จับถูกดำเนินคดี ไม่เห็นมีสิทธิพิเศษรอลงอาญา ศาลตัดสินจำคุกหมด ซึ่งที่ดินได้ถูกนำไปสร้างโรงเลี้ยงไก่กว่า 50 โรง แต่ป่าไม้ไม่เข้ามาตรวจสอบในเมื่อพื้นที่ติดกันเกิน 500ไร่ ทำไมไม่รายงาน ถือว่าเข้าข่ายละเว้นเรียบร้อยแล้ว เพราะหลายปีแล้ว และจะพยายามเอาที่ของรัฐมาให้เป็น ส.ป.ก. อีก นางสาวปารีณาครอบครองที่ดินเกิน 25 ไร่ โทษจำคุกตั้งแต่ 2-15 ปี ถูกปรับ 150,000 บาท ผมท้าเลยว่าเลขา ส.ป.ก. หรืออธิบดีป่าไม้ถ้าผมพูดผิด ผมขอให้ดำเนินคดีกับผม ต่อหน้าคนไทยทั้งประเทศเลย