นายอัตสึชิ ทาเคทานิ (Mr. Atsushi Taketani) ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (President, JETRO Bangkok) กล่าวว่า ประเทศไทยซึ่งมีพุทธศาสนาเป็นรากฐานทั้งทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแต่ละท้องถิ่น หากได้นำเอาวิธีการพัฒนา การค้นหาทรัพยากรที่มีเอกลักษณ์ในพื้นที่ นำมาขัดเกลาและใช้ให้เกิดประโยชน์นี้มาใช้ จะเป็นข้อมูลอ้างอิงที่ดี จึงได้หยิบยกแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวย่านโอคาเงะโยโคะโจ ของจังหวัดมิเอะ มาถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ต่างๆ ให้กับผู้ประกอบการไทย ได้รับไปปรับใช้ต่อไป ในหัวข้อ "การค้นหา การใช้ประโยชน์ การสรรสร้าง ทรัพยากรของจังหวัดมิเอะ - ในวิถีของเมืองอิเสะ ย่านโอคาเงะโยโคะโจ" โดย คุณฟุมิฮิโระ ฮาชิกาวะ ประธานบริหาร บริษัทอิเซฟุคุ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกเส้นทางแห่งความสำเร็จและเป็นผู้สร้างย่านโอคาเงะโยโคะโจ
"ในโอกาสนี้ ทางวิทยากรจะถ่ายทอดความคิดที่ว่า "การที่ย่านโอคาเงะโยโคะโจเป็นทรัพยากรพื้นที่ที่ได้รับความสนใจนั้น มิได้เป็นผลจากการผลิตขึ้นมาแต่เพียงอย่างเดียว ยังรวมถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่ผูกพันกับศาลเจ้าอิเสะ วิธีการดึงดูดเช่นนี้เป็นวิธีที่ทำให้พื้นที่เปล่งประกายในแบบของตัวเองออกมาได้มากที่สุด" นายอัตสึชิ กล่าว
นายซึโยชิ อิโนอูเอะ (Mr. Tsuyoshi Inoue) กรรมการผู้จัดการ หอการค้าญี่ปุ่น -กรุงเทพฯ กล่าวว่า ทุกครั้งที่ได้พบท่านประธานกลินท์ มักจะหารือกันเรื่องสินค้าท้องถิ่นของประเทศไทยว่า ในต่างจังหวัดเรามีผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมอยู่มากมาย ที่ยังขาดการนำเสนอที่น่าสนใจ จะทำอย่างไรให้สามารถยกระดับผลิตภัณฑ์เหล่านั้นให้มีความน่าสนใจได้มากกว่านี้ ซึ่งการที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ขายได้นั้น จำเป็นที่จะต้องฟังเสียงจากผู้บริโภค แต่เนื่องจากผู้บริโภคแต่ละคนก็มีความแตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่ง่ายเลยที่ผู้ผลิตจะได้รับฟังเสียงสะท้อนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ
สำหรับกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการในช่วงบ่าย เราได้รับความอนุเคราะห์จากวิทยากร 4 บริษัท จากประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ บริษัท สยามทบพันแพคเกจจิ้ง จำกัด, บริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท อิเซตัน (ประเทศไทย) จํากัด และบริษัท กรุงเทพ - โตคิว สรรพสินค้า จำกัด มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านการทำ Work Shop เน้นการปฏิบัติจริงให้กับผู้ประกอบการ โดยมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายสินค้าหรือการบรรจุหีบห่อ การจัดวางสินค้าบนชั้นวางสินค้าให้เป็นที่ดึงดูดใจ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์และสร้างความโดดเด่น ซึ่งวิทยากรส่วนใหญ่มาจากห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ เปรียบเสมือนผู้ที่อยู่ระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค จึงมีความเข้าใจแนวโน้มของความต้องการของผู้บริโภคเป็นอย่างดี แต่ละท่านล้วนเตรียมประสบการณ์และคำแนะนำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาถ่ายทอด ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสัมมนาในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการการพัฒนาสินค้าและบริการของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมทุกราย