พาณิชย์แนะตลาดเครื่องสำอางจีนชิงเค้ก 1.22 หมื่นล้านดอลลาร์
26 พ.ย. 2562 | orawan_jan

"พาณิชย์" ชี้ตลาดเครื่องสำอางจีนเบอร์ 1 ของโลก มูลค่า 12,200 ล้านเหรียญ ส่งเสริมเจาะตลาดเชิงรุกในมณฑลของจีนที่มีศักยภาพ และสินค้าที่ไทยมีความสามารถในการแข่งขัน
ข่าว
26 พ.ย. 2562 | orawan_jan

"พาณิชย์" ชี้ตลาดเครื่องสำอางจีนเบอร์ 1 ของโลก มูลค่า 12,200 ล้านเหรียญ ส่งเสริมเจาะตลาดเชิงรุกในมณฑลของจีนที่มีศักยภาพ และสินค้าที่ไทยมีความสามารถในการแข่งขัน
ทั้งนี้ สินค้าที่อยู่ในขอบเขตการศึกษาประกอบด้วย8 กลุ่มสินค้า ได้แก่ 1. ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับใบหน้า 2. ผลิตภัณฑ์สำหรับผม 3. ผลิตภัณฑ์ใช้ดับกลิ่นตัว4. น้ำหอม 5. ของผสมของสารที่มีกลิ่นหอม 6. สบู่ 7. เอสเซนเชียลออยล์ และ 8.ผลิตภัณฑ์ใช้ในช่องปากหรือฟัน ส่วนแหล่งนำเข้าสินค้าเครื่องสำอางที่สำคัญของจีนคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส และสหรัฐฯ การนำเข้าจาก 4 ประเทศมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 75 ของการนำเข้าเครื่องสำอางทั้งหมดของจีนสะท้อนว่าจีนมีการกระจุกตัวของแหล่งนำเข้าค่อนข้างสูง
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาความนิยมการนำเข้าสินค้าเครื่องสำอางของจีนพบว่ามีการนำเข้าผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับใบหน้า มากที่สุด คิดเป็นมูลค่า 9,690.14ล้านดอลลาร์ มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 80ของการนำเข้าเครื่องสำอางของจีน ขยายตัวร้อยละ 33.6ซึ่งชาวจีนนิยมแบรนด์พรีเมี่ยมจากต่างประเทศ รองลงมา คือ ผลิตภัณฑ์สำหรับผมมีมูลค่าการนำเข้า 529.89 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวร้อยละ 37.7โดยนำเข้าจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มากที่สุด
สำหรับมณฑลหลักที่จีนนำเข้าสินค้าเครื่องสำอางกระจุกตัวใน3 มณฑล คือ เซี่ยงไฮ้ กวางตุ้ง และเจ้อเจียง คิดเป็นร้อยละ 72.1ของการนำเข้าเครื่องสำอางทั้งหมด ดังนี้ เซี่ยงไฮ้ มีการนำเข้า 5,497.24ล้านดอลลาร์ (สัดส่วนนำเข้าร้อยละ 43.2 ขยายตัวร้อยละ 54.4)ปัจจัยหลักมาจากรายได้สูงและมีประชากรวัยรุ่นและวัยทำงานมากถึง 18.2 ล้านคนรองลงมา คือ กวางตุ้ง มีการนำเข้า 2,055 ล้านดอลลาร์ (สัดส่วนนำเข้าร้อยละ 16.2ขยายตัวร้อยละ 126.2) และ เจ้อเจียง นำเข้า 1,608.4 ล้านดอลลาร์ (สัดส่วนนำเข้าร้อยละ12.7 ขยายตัวร้อยละ 113.3) ส่วนมณฑลอื่นๆ ยังมีการนำเข้าไม่มากนักแต่เมื่อพิจารณาจากปัจจัยด้านรายได้และโครงสร้างจำนวนประชากรวัยทำงานมากคาดว่ามณฑลต่างๆ จะมีการนำเข้ามากขึ้นและเป็นโอกาสสำหรับการส่งออกเครื่องสำอางของไทยเพิ่มเติมนอกเหนือจากหัวเมืองหลักข้างต้นได้แก่ เทียนจิน ซึ่งมีรายได้ต่อหัวสูงเป็นอันดับ 3 ของจีนและมีประชากรวัยรุ่นและทำงาน 12 ล้านคน เจียงซู มีรายได้ต่อหัวสูงเป็นอันดับ 4ของจีน และมีวัยทำงานและวัยรุ่นมากถึง 57 ล้านคน และซานตงมีรายได้ต่อหัวสูงเป็นอันดับ 8 ของจีน และมีวัยทำงานและวัยรุ่นประมาณ 67 ล้านคนตามลำดับ
ไทยเป็นแหล่งนำเข้าสินค้าเครื่องสำอางอันดับ 14ของจีน มีมูลค่าการนำเข้า 145.28 ล้านดอลลาร์ มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 0.9สินค้าเครื่องสำอางที่จีนนำเข้าจากไทยมากที่สุด คือ ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับใบหน้ามีมูลค่าการนำเข้า 85.97 ล้านดอลลาร์ รองมา คือ ผลิตภัณฑ์อนามัยของช่องปากหรือฟันและ ผลิตภัณฑ์สำหรับผม โดยมีมูลค่านำเข้า 32.18 ล้านดอลลาร์ และ 10.29 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ
นอกจากนี้การศึกษาพบว่าสินค้าเครื่องสำอางที่ไทยมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดจีนพิจารณาจากค่าความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ (RCA) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อนามัยของช่องปากหรือฟัน(ไทยเป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 2 ของจีน มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 14.8 ขยายตัวร้อยละ13.7) และสบู่ (ไทยเป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 10 ของจีน มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 2.4ขยายตัวร้อยละ 111.0) ซึ่งจีนมีมูลค่าการนำเข้าสบู่จากไทย 7.8 ล้านดอลลาร์
นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวเพิ่มเติมว่าจีนเป็นตลาดเครื่องสำอางที่มีการเติบโตสูงมากเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะพัฒนาศักยภาพและขยายช่องทางการส่งออกสินค้าที่ไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงอยู่แล้วเช่น ผลิตภัณฑ์อนามัยของช่องปากหรือฟัน และสบู่ ควรส่งเสริมให้มีส่งออกไปยังตลาดจีนให้มากยิ่งขึ้นทั้งมณฑลหลักและมณฑลรอง สำหรับสินค้าที่ไทยส่งออกไปได้ดีแต่ขีดความสามารถในการแข่งขันยังไม่สูงนัก เช่น ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับใบหน้าและผลิตภัณฑ์สำหรับผมผู้ประกอบการไทยควรพัฒนาสินค้าให้มีมาตรฐานและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เช่นพฤติกรรมผู้บริโภค สินค้าของประเทศคู่แข่งที่ได้รับความนิยมกว่าเพื่อเป็นประโยชน์ในการผลิตสินค้าให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าให้เป็นที่ยอมรับตลอดจนใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ชของจีนเป็นช่องทางจัดจำหน่ายและกระจายสินค้าให้มากขึ้น
การส่งออกเครื่องสำอางของไทยขยายตัวในตลาดโลกได้ดีต่อเนื่องมูลค่าการส่งออกเครื่องสำอางของไทยไปตลาดโลกในครึ่งแรกของปี 2562 นี้ มีมูลค่า1,465.71 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวร้อยละ 35.4โดยกระจุกตัวใน 3 สินค้า มากถึงร้อยละ 70 ของการส่งออกเครื่องสำอางทั้งหมด ได้แก่ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับใบหน้า ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผมและผลิตภัณฑ์อนามัยของช่องปากหรือฟัน ทั้งนี้ การส่งออกไปจีนขยายตัวสูงมากโดยครึ่งปีแรก ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 450.4 และหากเปรียบเทียบกับประเทศอาเซียนแล้วในตลาดจีนไทยเป็นรองเพียงสิงคโปร์เท่านั้น