ธุรกิจของบริษัททั้ง 11 แห่งนี้ แม้จะไม่ใช่ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับแอลกอฮอล์ แต่ก็มีมูลค่ารวมกันถึงประมาณ 4.8 แสนล้านบาท โดยหุ้น 2 ใน 11 ตัวนี้ มีมาร์เก็ตแคปสูงถึง 1.8 1.9 แสนล้านบาท
บริษัทที่ใหญ่ที่สุดคือ AWC ซึ่งเป็นหุ้นน้องใหม่ เพิ่งเข้าจดทะเบียนไปเมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา มีมาร์เก็ตแคป 1.94 แสนล้านบาท ทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในส่วนของอาคารสำนักงาน และโรงแรมเป็นหลัก
สำหรับ AWC ถือเป็นหุ้นไอพีโอตัวแรกในประเทศไทยของเจ้าสัวเจริญ เพราะที่ผ่านมาเจ้าสัวจะใช้วิธีการเข้าซื้อหุ้นอื่นๆ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว
รองลงมาคือ BJC มีมาร์เก็ตแคปราว 1.85 แสนล้านบาท โดยเป็นบริษัทเรือธงสำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์ รวมถึงธุรกิจผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคอีกด้วย
นอกจากนี้ กลุ่มหุ้นของเจ้าสัวเจริญยังกระจายอยู่ในอีกหลากหลายธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจโฮลดิ้งส์ ผ่านหุ้นยูนิเวนเจอร์ (UV) ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งประเภทที่อยู่อาศัย ผ่านหุ้นแผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ (GOLD) นิคมอุตสาหกรรม ในหุ้นเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (FPT) ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ในหุ้นโออิชิ กรุ๊ป (OISHI), อาหารสยาม (SFP) และเสริมสุข (SSC) ธุรกิจประกัน ในหุ้นอินทรประกันภัย (INSURE) และเครือไทย โฮลดิ้งส์ (SEG) รวมทั้งธุรกิจสื่อ ผ่านหุ้นอมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง (AMARIN)