โดยเตรียมหามาตรการและประสานความร่วมมือทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงสร้างเครือข่ายภาคประชาชน อย่างไรก็ดี ตนคิดว่าการดูแล รักษาทรัพยากรธรรมชาติ เป็นภาระหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ ตนได้ย้ำอยู่เสมอว่า ลำพังเจ้าหน้าที่ภาครัฐแม้จะทุ่มเทจนสุดกำลังความสามารถสักเท่าใดก็ไม่สามารถรักษาดูแลได้อย่างทั่วถึง คงต้องอาศัย ความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคนร่วมเป็นกำลังหลักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ และคงอยู่อย่างสมดุลในธรรมชาติ ต่อไปด้านนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) กล่าวเสริมว่า อส. ได้เตรียมพื้นที่ที่มีลักษณะทางนิเวศวิทยาที่เหมาะสมกับการฟักไข่ของเต่ามะเฟือง ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาลำปี - หาดท้ายเหมือง
เพื่อให้สามารถดูแลและบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้ง ยังมีเจ้าหน้าที่ อส. ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ตนได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ร่วมสนธิกำลังและปฏิบัติงาน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดทีมประชาสัมพันธ์ภายในพื้นที่อุทยานเพื่อให้ความรู้และสร้างความเข้าใจกับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวภายในอุทยาน ทั้งนี้ เต่ามะเฟืองได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ระบุว่า "ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการล่า โทษสำหรับสัตว์ป่า สงวนคือ จำคุก 3 15 ปี ปรับ 300,000 - 1,500,000 บาท และ ในกรณีครอบครอง มาตรา 17 ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่า โทษครอบครองคือจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาทด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อช.) เปิดเผยในเรื่องนี้ว่า เต่ามะเฟืองตัว ดังกล่าวมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ขนาดความยาว 194 ซม. ความกว้าง 173 ซม. ความยาวพายหน้าจากปลายพายข้างซ้ายไปขวา 197 ซม.
โดยวางไข่รวมทั้งสิ้น 104 ฟอง เป็นไข่ดี 85 ฟอง และไข่ลม 19 ฟอง ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับ อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 จ. ภูเก็ต และทหารเรือจากฐานทัพเรือพังงา ร่วมกันจัดเตรียมพื้นที่จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์เต่ามะเฟืองหาดท้ายเหมือง เพื่อเก็บข้อมูลและเฝ้าระวังพื้นที่หลุมฟักไข่เต่ามะเฟือง ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ต่อมา ได้ประสานแจ้งชาวประมงในพื้นที่ ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการท่องเที่ยว ให้ระมัดระวังการดำเนินกิจกรรมใด ๆ ในพื้นที่รัศมี 6 กม. จากจุดที่เต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่