ต่อมาได้ออกเดินทางไปสนามบินดอนเมือง ตำรวจจึงได้ติดตามประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปส., ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่การท่าฯ เฝ้าดูพฤติการณ์ เมื่อผู้ต้องหาเข้ามาภายในอาคารผู้โดยสาร สนามบินดอนเมือง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้นกระเป๋า และได้เชิญนายมนัญชัย และนางมณีพลอยไพริน ไปตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ซุกซ่อนอยู่ภายในกระป๋องปลากระป๋อง จำนวน 10 กระป๋อง บรรจุในถุงพลาสติกใส หุ้มด้วยกระดาษก๊อบปี้สีน้ำเงิน เพราะเชื่อว่าจะปิดบังยาเสพติด ที่ซ่อนไว้ภายในกระเป๋าเดินทางใบที่ผู้ต้องหานำไปขึ้นเครื่อง น้ำหนักยาไอซ์รวมจำนวน 1 กิโลกรัม ทั้งนี้ มูลค่าไอซ์ในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 800,000 บาท แต่หากไอซ์ล็อตนี้หลุดไปยังประเทศปลายทางได้จะมีมูลค่าสูงขึ้นกว่า 20 เท่า อย่างไรก็ตามการพยายามลักลอบส่งออกยาเสพติดไปต่างแดนมีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ให้การรับสารภาพว่า จะนำยาเสพติดส่งออกไปนอกประเทศจริง โดยได้รับการว่าจ้างจากหญิงไทยที่อาศัยต่างประเทศ มีการแบ่งหน้าที่กันทำ นายมนัญชัย ทำหน้าที่ไปรับยาเสพติดจากผู้ร่วมขบวนการคนหนึ่งที่ย่านห้วยขวาง ก่อนจะนำยาเสพติดมาเก็บไว้ที่โรงแรม แล้วนัดหมายให้น.ส.ภัทราภรณ์ มารับยาเสพติด จากนั้น เดินทางไปที่สนามบิน เมื่อน.ส.ภัทราภรณ์ขึ้นเครื่องบินแล้ว จะแจ้งให้หญิงไทยที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างให้ทราบ เมื่อส่งยาเสพติดได้เรียบร้อยแล้ว จะมีการโอนเงินจำนวน 20,000 บาท เข้าบัญชีของนางมณีพลอยไพริน ส่วนนายมนัญชัย ได้ค่าจ้าง 20,000 บาท น.ส.ภัทราภรณ์ ได้ค่าจ้าง 50,000 บาท ทำลักษณะนี้มาแล้ว 2 ครั้งรวมครั้งนี้ โดยครั้งแรกนำยาเสพติดบรรจุในปลากระป๋องไปส่ง จำนวน 5 กระป๋อง