"ถ้าคุณรักประเทศมากกว่าตัวเองต้องไม่นำคนลงถนน"
น.ส.วทันยา กล่าวต่อว่า ถ้าคุณรักประเทศ คิดถึงส่วนรวมก่อนคิดถึงตัวเองคุณจะไม่นำพาประเทศกลับไปสู่ความยัดแย้ง การนำคนลงมาสู่ถนนคนที่เดือดร้อนคือคนที่ถูกหลอกลวงไปบนถนน ต้องบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เมื่อมีความขัดแย้งธุรกิจสื่อเรตติ้งดี แต่โฆษณาไม่มีเพราะภาคธุรกิจขายสินค้าไม่ได้ ความขัดแย้งจึงสร้างความเสียหายให้กับทุกมิติ เมื่อตนได้เข้ามาเป็นส.ส.ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน พบว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้ถกเรื่องระบอบการปกครอง พวกเขาต้องการมีข้าวปลาอาหารเพื่อดำรงชีวิต เขาอยากได้ผู้นำที่ดีไม่โกงกินงบประมาณ มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คิดถึงส่วนรวมมากกว่าเรื่องของตัวเอง ความเข้มแข็งจากชุมชน คือแนวทางที่ประเทศไทยจะอยู่รอดปลอดภัย
"เรามีความคิดเป็นขบฎได้เพื่อปลุกความหวัง แต่ต้องไม่ใช่เป็นขบฎสร้างความยุยงปลุกปั่น เพราะประเทศและประชาชนจะได้ร้บความเสียหายที่สุด คนที่ฉลาดที่สุดรู้ว่าทุกเรื่องไม่ต้องหักด้ามพร้าด้วยเข่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 สอนชาวเขาปลูกกาแฟ เอาความรู้ ความอุตสาหะ ความเข้าใจ เป็นน้ำซึมบ่อทรายให้ประชาชนเรียนรู้และเข้าใจด้วยตัวเอง ไม่ใช่ดึงดันนำพาประเทศไปสู่ความเดือดร้อน เราฝันได้ต้องมีความเพียรและต้องอยู่กับความเป็นจริง อยู่กับปัจจุบัน มิเช่นนั้นก็ไม่ต่างจากเด็กเอาแต่ใจ ในทุกๆห้วงบริบทมีความสุขและความดีงามอยู่ในตัวเอง โดยที่ในทุกบริบทไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน"มาดามเดียร์กล่าว
"ศรีสุวรรณ จวกอยู่ไม่เป็นแค่ภาวะหัวห้อยหาทางอยู่รอด"
ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ กล่าวว่า จากการจับตาปรากฎการณ์ "อยู่ไม่เป็น" พบว่าเป็นภาวะของคนหน้ามืดตามัว เหมือนไก่ชนถูกตีจนหน้าบวมปูด หัวห้อย หาหนทางอยู่รอด นักการเมืองแบบนี้เชื่อถือไม่ได้ จึงฝากคำว่า "อยู่" ไปถึงนักการเมืองที่ชุมนุมกันในย่านจตุจักร ถ้า "อยู่" อย่างเคารพกฎหมาย วิกฤตของพวกท่านจะไม่เกิด สิ่งที่ตนไปยื่นร้องให้องค์กรต่างๆตรวจสอบเกิดจากความไม่เคารพกฎหมาย เมื่อกำลังจะถูกกฎหมายเล่นงานก็ไปสร้างคำศัพท์ โทษผู้มีอำนาจโดยไม่เคยโทษตัวเอง ไม่เคยยอมรับความผิด ดิ้นไม่หลุดแล้วปัดว่าเป็นการวางแผนของกลุ่มผู้สืบทอดอำนาจ
"หยุดสร้างกระแสชังชาติ มองตัวเป็นเทวดาเก่งกว่าคนไทย"
นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ส่วนคำว่า "เย็น" คือเดินไปบนวิถีการเมืองปกติไม่บิดเบือน สร้างกระแสชังชาติ นักการเมืองบางคนการพูดในลักษณะดูถูกคนไทย คิดว่าเป็นเทวดามาจากไหน จบอังดัวร์มาแล้วคิดว่าเก่งกว่าคนอื่น ชาวบ้านเขาอยู่กันอย่างปกติสุข ไม่ได้หมายความว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ไม่ใช่ว่าพอเป็นนักการเมืองแล้วจะมาดูถูกวิธีคิดของคนไทย นักการเมืองพวกนี้เป็นไดโนเสาร์แน่นอน ระบบการเมืองมีความหลากหลาย ตำราที่เอามาสอนก็เอามาจากต่างประเทศ ในอดีตหนังสือสังคมศึกษาเคยแบ่งโลก เป็น 3 กลุ่มประเทศ แต่ยุคสมัยนี้ไม่ใช่แล้ว เราจับมือกับจีนทั้งที่เป็นคอมมิวนิสต์ จีนมีประชากร 1,400 ล้านคน ใครไม่คบกับจีนก็โง่เง่าสิ้นดีเพราะเป็นตลาดใหญ่ สำหรับคำว่า"เป็น" นั้น ตนมองว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยที่ต้องตรวจสอบนักการเมือง เราต้องช่วยกันทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐ ส่วนคำว่า "สุข" ก็ขอบอกไปยังนักการเมืองที่กำลังจะไปจตุจักรให้ทำใจร่มๆ อยู่ให้เป็นสุข อย่าปลุกเยาวชน ปลูกฝังในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
"ผมเคยสงสัยคนฮ่องกงที่ต่อต้านจีนแต่กลับเรียกร้องให้แยงกี้ตาน้ำข้าวมาช่วย แต่ตอนนี้ไม่แปลกใจ เพราะคนที่กำลังจะขึ้นพูดที่จตุจักร ไปยืนถ่ายรูปที่ฮ่องกง ตนไม่เคยเห็นพรรคเพื่อไทยไม่ร้องแร่แห่กระเฌอ แต่เดินไปตามระบบรัฐสภา ขณะที่บางพรรคคิดไอเดียจัดอีเวนท์ "อยู่ไม่เป็น" เพราะกำลังจะโดนวันที่ 20 พ.ย. ส่วนประเด็นให้พรรคกู้เงิน "อังดัวร์" พยายามอธิบายว่าทำได้ นั่นมันกฎหมายฝรั่งเศสไม่ใช่กฎหมายไทย กฎหมายเขียนไว้อย่างไรต้องทำอย่างนั้น แต่ยังพยายามตะแบงว่าเงินกู้ไม่ใช่รายได้ ก็ขอให้ไปตะแบงต่อในศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่าไปบอกศาลว่าจำไม่ได้" นายศรีสุวรรณกล่าว