อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา SMEs ส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าระดมทุนในตลาดทุนได้ เนื่องจากกฎเกณฑ์ต่าง ๆ มีหลักการและกลไกในการคุ้มครองผู้ลงทุนที่เข้มข้น และมีลักษณะเป็นกฎเกณฑ์เดียวสามารถใช้กับกิจการทุกขนาด (one fit for all) จึงไม่เอื้ออำนวยสำหรับกิจการขนาดกลางและขนาดเล็ก
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในฐานะหน่วยงานภาครัฐและมีหน้าที่กำกับและพัฒนาตลาดทุนไทย พร้อม "เปิดประตูตลาดทุน" ให้กับ SMEs เพื่อให้ตลาดทุนเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับกิจการทุกขนาดอย่างแท้จริง โดยยังคงคำนึงถึงการคุ้มครองผู้ลงทุนเป็นสำคัญ จึงเน้นความร่วมมือกับหลายภาคส่วนเพื่อร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคของ SMEs เพื่อให้การกำหนดมาตรการต่าง ๆ เป็นไปอย่างเหมาะสม โดยมีเป้าหมายให้เกิดความสมดุลสำหรับฝั่งผู้ระดมทุนและผู้ลงทุน
ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ก.ล.ต. จึงได้ประสานงานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา SMEs ทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 12 หน่วยงาน อาทิ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา ข้อจำกัด และกำหนดแนวทางต่าง ๆ ที่จะช่วยลดอุปสรรคที่เคยมี รวมทั้งยังจัดตั้ง "คณะทำงานเสริมสร้างวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กิจการเงินร่วมลงทุน นิติบุคคลร่วมลงทุน สู่ตลาดทุนไทย" เพื่อร่วมกันกำหนดนโยบาย ทิศทาง เป้าหมายในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในตลาดทุนได้ ซึ่งจากการหารือ พบว่า ปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้ SMEs ยังไม่เข้าถึงตลาดทุน มีหลายสาเหตุ อาทิ ผู้ประกอบการ SMEs ยังไม่เห็นประโยชน์หรือความจำเป็นของตลาดทุน และยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการระดมทุนผ่านตลาดทุนได้ และที่สำคัญคือกฎเกณฑที่เกี่ยวข้องยังไม่เอื้ออำนวยต่อการระดมทุนของ SMEs เท่าที่ควร