นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่กรมศุลกากรได้มีระบบการชำระค่าภาษีอากร ค่าธรรมเนียม รายได้อื่น และเงินประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ e-Payment โดยวิธีตัดบัญชีผู้ประกอบการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ทั้งนี้ กรมศุลกากรได้พัฒนาระบบการรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Bill Payment) โดยสามารถชำระเงินผ่านช่องทางการให้บริการของธนาคารและตัวแทนรับชำระ
ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2562 เป็นต้นมา ปัจจุบันมี 8 หน่วยงาน ที่เข้าร่วมโครงการฯ ดังกล่าว โดยแบ่งเป็นธนาคาร จำนวน 6 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ซึ่งผู้ประกอบการสามารถชำระผ่านช่องทางการให้บริการของแต่ละธนาคารที่เปิดให้บริการ อาทิ การชำระผ่านระบบ Internet Banking, Mobile Banking, ATM และเคาน์เตอร์ธนาคาร รวมทั้งการชำระผ่านตัวแทนรับชำระ (Non-bank) จำนวน 2 ราย
ได้แก่ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด และ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)เพื่อให้ระบบการรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมศุลกากร (Bill Payment) ประสบผลสำเร็จ และเข้าสู่การเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริงตามนโยบายรัฐบาล กรมศุลกากรได้ร่วมมือกับธนาคารและตัวแทนรับชำระทั้ง 8 แห่ง ดังกล่าวข้างต้น จัดให้มีการเสวนาในหัวข้อ "การให้บริการรับชำระค่าภาษีอากรทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยผ่านช่องทางการให้บริการของธนาคารและตัวแทนรับชำระ" โดยนายกรีชา เกิดศรีพันธุ์ เลขานุการกรม กรมศุลกากร และตัวแทนจากธนาคารและตัวแทนรับชำระ ร่วมชี้แจง ทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการให้เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ รวมทั้งให้คำแนะนำวิธีการชำระผ่านระบบ Bill Payment
เพื่อผู้ประกอบการสามารถใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ นอกจากนั้นแล้ว ได้จัดให้มีช่วงธนาคารพบผู้ประกอบการโดยตรง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการไม่ต้องไปติดต่อสอบถามที่ธนาคารและสามารถสมัครขอใช้บริการของธนาคารได้ในคราวเดียวกัน ซึ่งการเสวนาครั้งนี้มีเป้าหมายเฉพาะ เพื่อสร้างความเข้าใจและเชิญชวนให้ผู้ประกอบการที่สนใจระบบ Bill Payment และผู้ประกอบการที่มีการชำระค่าภาษีอากร ค่าธรรมเนียม และรายได้อื่น ๆ ด้วยแคชเชียร์เช็คในอันดับต้น ๆ จำนวน 140 บริษัท มาชำระค่าภาษีผ่านระบบ Bill Payment ทั้งนี้กรมศุลกากรจะจัดให้มีการเสวนาในลักษณะนี้ต่อไป โดยจะเชิญผู้ประกอบการที่มีการชำระด้วยแคชเชียร์เช็คเรียงตามลำดับ อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการรายอื่นที่สนใจต้องการเข้าร่วมเสวนาก็สามารถแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมเสวนาได้ที่กรมศุลกากร ซึ่งจะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป
สำหรับธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า กรมศุลกากรให้ความไว้วางใจธนาคารกรุงไทย ในการให้บริการรับชำระค่าภาษีอากรทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านช่องทางของธนาคาร โดยร่วมกันพัฒนาระบบและเชื่อมโยงข้อมูลการรับชำระเงินแบบ Real time ทั้งสาขา เครื่องเอทีเอ็ม บริการ Krungthai NEXT และ Krungthai Corporate Online ซึ่งก่อนหน้านี้ ธนาคารได้ออกบัตร Krungthai Logistics Card ซึ่งเป็นบัตรเดียวในไทย ที่สามารถชำระค่าภาษีอากร ค่าธรรมเนียม และรายได้อื่น ๆ ทั้งการนำเข้าและส่งออก ครอบคลุมทุกประเภทการจ่ายของหน่วยงานกรมศุลกากร รองรับผู้ประกอบการโลจิสติกส์สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่กรมศุลกากร และธนาคารกรุงไทย ร่วมกันส่งเสริมระบบชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติของภาครัฐ (National e-Payment Master Plan) โดยนำเทคโนโลยีมาให้บริการกับลูกค้าและผู้ประกอบการ เพื่อลดธุรกรรมด้านเงินสดและเช็ค อันจะนำไปสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless society) เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยให้กับผู้ประกอบการและผู้ชำระภาษีไม่ต้องนำเงินสดหรือเช็คไปชำระที่หน่วยงานศุลกากร ในส่วนของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ก็ไม่ต้องมีภาระในการนับเงินและนำเงินไปฝากที่ธนาคาร อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบรายงานการรับชำระเงินที่บริการ Krungthai Corporate Online ได้ตลอด 24 ชั่วโมง