สถานการณ์เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ สะท้อนออกมาผ่าน พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้คนโดยเฉพาะการชำระหนี้สิน ในระบบของสถาบันการเงินต่างๆ ซึ่งพบว่า มีผู้ผิดนัดชำระหนี้ ไม่ชำระต่อ จนกลายเป็นหนี้เสีย หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ มีสูงขึ้น เกิดเป็นภาวะคดีล้นศาล
แม้ ตัวเลขหนี้เสียส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการรายย่อยหรือ smes หรือสินเชื่อในธุรกิจอีคอมเมิร์ซก็ตาม แต่ก็มีบางส่วนที่เป็นหนี้ครัวเรือน หนี้รายบุคคลที่เป็นปัญหาสะสมมานานแล้ว
ในภาคธุรกิจ ถ้าจะบอกว่าพวกเขาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายนั้นคงจะไม่ถูกต้องนัก ปัญหาน่าจะมาจากการส่งออกไม่ได้ตามเป้า หรือขายสินค้าไม่ออกมากกว่าทำให้ กิจการต้องเจ๊งเสียหายไป เงินที่เคยกู้มาลงทุนก็ไม่มีหมุนกลับไปคืนธนาคาร เป็นผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำแบบเป็นลูกโซ่ จากปัญหาพื้นฐานคือคนไม่มีกำลังซื้อ แล้วมีคนอีกหลายแสนคนที่ว่างงาน
ส่วนสถาบันการเงินหรือธนาคารก็น่าจะเป็นหน่วยธุรกิจที่มีความมั่นคงสูง หากเกิดวิกฤตน่าจะได้รับผลกระทบเป็นลำดับท้ายๆ หรือได้รับผลกระทบน้อย แต่สวนทางกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่เราได้เห็นหุ้นของกลุ่มสถาบันการเงินติดลบ ติดต่อกัน
เรียกได้ว่าถ้าซื้อหุ้นต้นปี 100 บาท ตอนนี้ถ้าหุ้นเหลือ 50 บาทก็เท่ากับว่าเงินหายไปครึ่งหนึ่ง
ราคาหุ้นกลุ่มแบงก์ปรับตัวลดลงตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งดัชนีอุตสาหกรรมธนาคารพาณิชย์ ณ 25 ต.ค. อยู่ที่ 420.37 จุด ลดลง จากปลายปีก่อน 91.95 จุด หรือเปลี่ยนแปลงลดลง 17.94 % ส่งผลทำให้อัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) จาก 10.67 เท่า ปัจจุบันอยู่ที่ 8.8 เท่า ซึ่งทำสถิติถือว่าลงมาต่ำสุดในรอบ 10 ปีไปแล้ว
ผลประกอบการงวดไตรมาส 3 ออกมาสะท้อนให้เห็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะตัวเลข "หนี้สูญ หรือหนี้สงสัยจะสูญ" ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จนทำให้แบงก์ขนาดใหญ่หลายรายต้องตั้งสำรองฯ ป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้าไว้ก่อนจนตัวเลขตั้งสำรองฯ เพิ่มขึ้น 15 % จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 43 % จากไตรมาสก่อน
รายงานจากกรุงเทพธุรกิจ รวบรวม ตัวเลข หนี้สูญฯ พบว่า 4 แบงก์ใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ (BBL) อยู่ที่ 5,387 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7 % จากช่วงเดียวกันปีก่อน ,ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) อยู่ที่ 10,060 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.51 % จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) อยู่ที่ 15,273 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 197.5 % จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ ธนาคารกรุงไทย (KTB) อยู่ที่ 6,098 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2 % จากช่วงเดียวกันปีก่อน
กลุ่มแบงก์จึงต้องโฟกัสลูกค้าของตนเองอย่างใกล้ชิด นั่นหมายความว่าการปล่อยสินเชื่ออาจจะยากมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเป็นหนี้เสีย ในภายหลัง
ณ จุดจุดนี้ใครจะไปคิดว่า "ธนาคาร" ซึ่งมีภาพลักษณ์ของความมั่นคงทางการเงิน ยังคงสุ่มเสี่ยงและรู้สึกว่าไม่แน่นอนกับอนาคต จนต้องตั้งงบสำรองเพิ่มขึ้น ดังนั้นแล้ว คนตัวเล็กตัวน้อยอย่างเรา ก็คงจะต้องระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้น และป้องกันความเสี่ยงทุกทางเท่าที่จะทำได้เช่น เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของชีวิต
#วชิรวิทย์ #วชิรวิทย์รายวัน #Vajiravit #VajiravitDaily #NationTV #Nation