โดยคำร้องพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 5 ส.ค.62 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้เข้าควบคุมตัว "นายภัทรินคณ์" ผู้ต้องหา ในฐานะกรรมการผู้จัดการของ บริษัท อีแอลซี กรุ๊ป จำกัด ทำธุรกิจนำเที่ยวตั้งแต่ปี 58 ผ่านทางเพจเว็ปไซต์ elctour. com หรือเพจเฟซบุ๊คชื่อ" ELC TOUR" หรือ" Patrick Rathakut" หรือ" อีแอลซีทัวร์" หรือ" Pat Rathakut" หรือ" Pat Rathakul" เป็นลักษณะทัวร์กลุ่มปิด หมายถึงจะจำหน่ายรายการนำเที่ยวให้กับสมาชิกเท่านั้น โดยสมาชิกจะต้องเคยไปท่องเที่ยวกับ บริษัท อีแอลซีฯ แนะนำเท่านั้น จึงจะสามารถซื้อทัวร์ได้ ซึ่งทัวร์ที่บริษัทอีแอลซีฯ จัดจำหน่ายนั้นจะเป็นราคาต่ำกว่าทุน มีการชักชวนให้สมัครสมาชิก แล้วให้สมาชิกแนะนำบอกต่อ หรือชักชวนญาติเพื่อนมาท่องเที่ยวกับบริษัทได้รับสิทธิการท่องเที่ยวในราคาถูก ซึ่งบริษัท อีแอลซีฯ ได้ใช้วิธีการสร้างความน่าเชื่อถือโดยการจัดโปรแกรมนำเที่ยวในราคาถูกให้กับกลุ่มสมาชิกที่มีความน่าเชื่อถือในสังคม เช่นกลุ่มแพทย์ หรือกลุ่มข้าราชการ เพื่อจัดรายการนำเที่ยวตามโปรแกรม
ก่อนหน้านี้ กลุ่มนี้ได้เดินทางไปท่องเที่ยวในราคาถูกได้จริง และได้รับการบริการไม่ต่างจากการไปเที่ยวในราคาปกติ แล้วเมื่อกลับมาก็จะมีการจองรายการนำเที่ยวในโปรแกรมอื่นเพิ่มเติมอันเป็นการขยายวงลูกค้าออกไปโดยเป็นขั้นตอนหนึ่งในวิธีการหลอกลวง ให้เชื่อว่าประชาชนซื้อทัวร์เพื่อเดินทางในครั้งแรก แล้วกลับมาซื้อทัวร์เพิ่มเติมได้ในครั้งถัดไป แต่เมื่อนักท่องเที่ยวซื้อทัวร์ในครั้งถัดไป กลับไม่ได้เดินทางตามทัวร์ที่ซื้อเอาไว้ โดยอีแอลซีฯ จะแจ้งขอเลื่อนการเดินทางโดยไม่แจ้งสาเหตุ และหลายรายก็ไม่สามารถจัดให้ผู้เสียหายได้เดินทางไปท่องเที่ยวตามที่ตกลง ทั้งที่รับค่าจัดกรุ๊ปทัวร์มาแล้ว โดยการกระทำนั้น มูลค่าความเสียหายเป็นเงิน ประมาณ 60,651,186 บาท
ต่อมา กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลควบคุมกิจการท่องเที่ยว ได้มีคำสั่งให้นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยว และมัคคุเทศก์กลาง ตักเตือนพฤติกรรมของบริษัท อีแอลซีทัวร์ฯ จากนั้นพักใช้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวของบริษัท อีแอลซีทัวร์ จำกัด และมีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวของบริษัทอีแอลซีทัวร์ฯ มีผลให้บริษัท อีแอลซีทัวร์ฯ ไม่สามารถประกอบธุรกิจนำเที่ยวได้ ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.62 อีกต่อไป ภายหลังการจับกุมตัว พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ตามประมวลกฎหมายอาญา มตรา 343 วรรคแรก , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14(1) โดยชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา