"ปาล์มน้ำมัน" นั้นเริ่มจ่ายเป็นพืชแรกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม และทยอยจ่ายทุก 45 วัน จากนั้นก็มาถึงคิว "ข้าว" เริ่มคิกออฟเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา และยางพาราจะเริ่มจ่ายเงินส่วนต่างงวดแรก 15 ธันวาคม ส่วนมันสำปะหลังและข้าวโพดรัฐบาลจะทยอยดำเนินการในระยะต่อไป
ในส่วนการประกันรายได้ข้าวนั้นได้มีการกำหนดข้าวเปลือกไว้ 5 ชนิด คือ ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ ข้าวเจ้า(ข้าวกข.) ข้าวหอมปทุมธานี1 และข้าวเหนียว โดยข้าวเปลือกหอมมะลิรับประกันที่ตันละ 15,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน, ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 14,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน, ข้าวเปลือกเจ้าหรือข้าวกข. 10,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 11,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว 12,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน ชาวนาที่ยังตกสำรวจขอให้รีบไปขึ้นทะเบียนตรวจสอบสิทธิที่สำนักงานเกษตรอำเภอและเปิดบัญชีกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อใช้สิทธิรับเงินประกันรายได้งวดต่อไปในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562
โดยงวดแรกนั้นจ่ายให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสำหรับผู้ที่เก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 16 ตุลาคม 2562 ซึ่งจ่ายชดเชยรายได้ให้แก่ข้าวเปลือก 2 ชนิด คือ ข้าวเปลือกเจ้าตันละ 2,469.64 บาท และข้าวเปลือกหอมปทุมธานีตันละ 783.45 บาท ส่วนอีก 3 ชนิด คือ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ และข้าวเปลือกเหนียว ไม่ชดเชย เนื่องจากราคาอยู่ในเกณฑ์ที่สูงกว่าเพดานของราคาประกัน ซึ่งในงวดแรกมีชาวนาที่ได้รับส่วนต่างราคากว่า 349,000 ครัวเรือน รวมเงินทั้งสิ้น 9,400 ล้านบาท
"พี่น้องชาวนาจะได้เงิน 2 กระเป๋า คือเงินจากการขายข้าวและเงินส่วนต่างหากราคาในตลาดไม่ถึงที่ประกันรายได้ไว้ และสำหรับชาวนาที่น้ำท่วมเจอภัยพิบัติก็ได้จะรับเงินชดเชยจากรัฐบาลตามสิทธิคู่กันไปด้วย"
คำยืนยันของ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวนาในระหว่างเป็นประธานกดปุ่มคิกออฟจ่ายเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวนา งวดแรก ณ หอประชุมเทศบาลตำบลหลักชัย อ.ลาดบัวหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา
สหกรณ์การเกษตรบรรพตพิสัย หมู่ 2 ต.ท่างิ้ว อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 2,000 ราย ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาปลูกข้าว ทำไร่ข้าวโพดและมันสำปะหลัง ส่วนใหญ่ได้เข้าร่วมโครงการประกันรายได้ และขณะนี้สมาชิกของสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการทุกราย ได้รับเงินส่วนต่างงวดแรกทั้งหมดแล้ว
"สหกรณ์เรามีสมาชิกทั้งหมด 2,000 กว่าคน ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา บางรายก็ทำนาปี ส่วนพื้นที่ไหนอยู่ในเขตชลประทานก็ทำนาปรังด้วย นอกนั้นก็ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำไร่มันสำปะหลัง สมาชิกส่วนใหญ่เข้าร่วมโครงการประกันรายได้ ซึ่งขณะนี้ก็ได้รับเงินส่วนต่างจากโครงการทั้งหมดแล้ว และส่วนใหญ่จะได้รับสิทธิ์สูงสุดตามเกณฑ์ที่กำหนด"