เมื่อเวลา 15.20 น. วานนี้(24 ตุลาคม 2562) รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.2 เปิดเผยกรณีเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(บางเขน) เหตุเกิดบนถนนภายในมหาลัยฯเมื่อช่วงบ่ายว่า จากการสอบถามนายรัฐวิทย์ ทราบว่าตนเองได้ขับรถมาด้วยความเร็วประมาณ 80 กม.ต่อชั่วโมง กำลังจะมุ่งหน้าไปธนาคารกับเพื่อนสาว
ซึ่งปกติตนจะถอดรองเท้าแตะขับรถ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รองเท้าแตะไปขัดอยู่ที่ตัวเบรก จึงทำให้เบรกไม่ได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจไม่พบสารเสพติด และกำลังอยู่ระหว่างตรวจหาแอลกอฮอล์ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ต่อมาวันนี้(25 ตุลาคม 2562) เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นายรัฐวิทย์ สราวุธวินัย อายุ 37 ปี ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ พุ่งชนรถจักรยานยนต์ของนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(บางเขน) ทำให้มีนิสิตได้รับบาดเจ็บ 5 ราย เหตุเกิดวานนี้ว่า วันนี้ผู้เชี่ยวชาญการตรวจสภาพรถยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางตรวจสภาพรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุ รวมถึงตรวจสภาพรถจักรยานยนต์ 3 คัน ที่เสียหาย
ด้าน พันตำรวจโทธนาพันธ์ ผดุงการ รองผู้กำกับสอบสวน สน.บางเขน กล่าวว่า จะมีการตรวจบริเวณรอบรถ และภายในบริเวณห้องโดยสาร โดยเฉพาะบริเวณคันเร่งและเบรกเพื่อนำมาตรวจสอบว่าตรงกับคำให้การไว้หรือไม่
แต่เบื้องต้นไม่พบรองเท้าแตะในรถ โดยผู้ต้องหาได้นำกลับไปไว้ที่บ้านแล้ว ส่วนการทดลองระบบเบรกของรถก็ไม่พบความผิดปกติ ดังนั้นอุบัติเหตุดังกล่าวจะเกิดขึ้นจากรองเท้าแตะ หรือ สิ่งอื่น ก็ยังเข้าข่ายในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้มีทรัพย์สินเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมถึงไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่าขับขี่มาเร็วขนาดไหน
แต่จากการสอบปากคำนายรัฐวิทย์ คนขับรถยนต์กระบะ ก็ยอมรับว่าขับมาด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุไม่สามารถควบคุมรถได้ เนื่องจากเบรกไม่ทำงาน ซึ่งคาดว่ารองเท้าแตะที่ถอดไว้จะไปขัด จนทำให้ไม่สามารถเหยียบเบรกได้
ส่วนสาเหตุจะเกิดขึ้นจากรองเท้าแตะไปขัดเบรกนั้น ก็เป็นไปได้ยาก เพราะมีช่องว่างระหว่างแป้นเบรกกับพื้นมากพอสมควร เชื่อได้ว่าอุบัติเหตุเกิดจากตัวผู้ขับขี่เองมากกว่า
แต่อย่างไรก็ตามสาเหตุที่เกิดจากผู้ขับขี่จะรวมอยู่ในข้อหาขับรถโดยประมาทอยู่แล้ว และผลตรวจสภาพรถโดยละเอียดจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์
ทั้งนี้ระหว่างสอบปากคำนายรัฐวิทย์ ได้ร้องไห้ตลอดเวลา เนื่องจากเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งมีอาการเครียดถึงขั้นคิดจะฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่และญาติพยายามพูดคุยให้อาการดีขึ้นให้คิดบวกไว้ เพราะคดียังไม่จบ
ส่วนผลการตรวจเลือดไม่พบระดับแอลกอฮอล์ และสารเสพติด ด้านการสอบปากคำผู้บาดเจ็บ ขณะนี้ได้สอบไปแล้วจำนวน 4 คน ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 คน เป็นนิสิตชายปี 3 ยังมีอาการสาหัสจากเลือดออกในสมอง พักรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU จึงยังไม่สามารถสอบปากคำได้
โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์รถประมาณ 2 สัปดาห์ และผลการตรวจจากโรงพยาบาลว่าผู้ได้รับบาดเจ็บได้รับบาดเจ็บระดับไหน ก่อนจะสรุปสำนวนการสอบสวนส่งให้พนักงานอัยการอีกครั้ง
ขณะที่กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางมาสอบถามผลคดีกับพนักงานสอบสวน เพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายกรณีบาดเจ็บ