นายกฯ ทุบโต๊ะ 15 ต.ค.เซ็นสัญญา "ไฮสปีด" 2.2 แสนล้าน
01 ต.ค. 2562 | lastman

ในการประชุมบอร์ดอีอีซีครั้งล่าสุด ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้ข้อสรุปเป็นที่แน่นอนแล้วว่า กลุ่มซีพีจะลงนามสัญญาไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน กับ รฟท.ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้
ข่าว
01 ต.ค. 2562 | lastman

ในการประชุมบอร์ดอีอีซีครั้งล่าสุด ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้ข้อสรุปเป็นที่แน่นอนแล้วว่า กลุ่มซีพีจะลงนามสัญญาไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน กับ รฟท.ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้
ปัญหาการส่งมอบที่ดินซึ่งยืดเยื้อมานาน ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. และกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้งส์และพันธมิตร หรือกลุ่มซีพี เพื่อก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง หรือไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน ได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากบอร์ดอีอีซี ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ชี้ขาดว่า รฟท.จะส่งมอบที่ดินประมาณ 3 พันไร่ภายใน 1 ปี หลังลงนามสัญญาในวันที่ 15 ตุลาคมนี้
คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือบอร์ดอีอีซี ระบุ รฟท.รายงานว่าประเด็นที่คาดว่าจะเป็นปัญหาทำให้งานก่อสร้างไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินไม่เป็นไปตามแผนงาน คือการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง โดยรฟท.ยืนยันต่อที่ประชุมว่าสามารถส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างได้ประมาณ 3 พันไร่ หรือ 72% ของพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมด ภายใน 1 ปีหลังลงนามสัญญา
ส่วนพื้นที่ที่ต้องรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ท่อก๊าซ เสาไฟฟ้าแรงสูง ท่อระบายน้ำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นๆ ที่ประชุมมีมติให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงประชุมร่วมกับรฟท. เพื่อกำหนดแผนการส่งมอบพื้นที่เหล่านี้ รวมทั้งวงเงินงบประมาณที่ต้องใช้ดำเนินการ โดยให้สรุปภายใน 1 สัปดาห์ หรือก่อนที่รฟท.จะลงนามสัญญากับกลุ่มซีพี
ด้านวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการ รฟท. บอกว่า ในส่วนของพื้นที่บุกรุก หรือพื้นที่ที่ต้องเวนคืน คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 ปีครึ่ง จะส่งมอบให้กลุ่มซีพีได้ และหลังการลงนามสัญญา รฟท.จะเร่งรัดเรื่องการส่งมอบพื้นที่ ก่อนจะออกหนังสือเริ่มงานก่อสร้าง คือ Notice to Proceed หรือ NTP ให้กลุ่มซีพีต่อไป โดยมั่นใจว่าการลงนามสัญญาจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะเป็นโครงการสำคัญของประเทศ และยืนยันว่าไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน จะเปิดให้บริการได้ตามแผนที่กำหนดไว้ คือในปี 2568 อย่างแน่นอน
ขณะที่ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม บอกว่า การส่งมอบพื้นที่ให้กลุ่มซีพี 72% ถือว่าสูงกว่าที่กำหนดไว้ในเอกสารคัดเลือกเอกชน หรือ Request for Proposal และเพียงพอที่กลุ่มซีพีจะวางแผนการก่อสร้างได้ แต่หากลงพื้นที่แล้วพบว่ามีอุปสรรค กลุ่มซีพีสามารถขอขยายระยะเวลาก่อสร้างได้
ส่วนกรณีที่กลุ่มซีพีไม่ยอมลงนามสัญญาในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ จะถูกริบเงินประกันซอง 2 พันล้านบาท และถูกขึ้นบัญชีดำว่าเป็นผู้ทิ้งงานภาครัฐ
จนถึงนาทีนี้ยังต้องลุ้นกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้ว กลุ่มซีพีจะยอมลงนามสัญญาร่วมทุนไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินกับ รฟท. ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้หรือไม่ และเมื่อลงนามไปแล้ว จะก่อสร้างโครงการให้แล้วเสร็จเพื่อเปิดให้บริการในปี 2568 ตามแผนได้หรือไม่ และในขณะที่การลงนามสัญญายังไม่เกิดขึ้น แต่น่าแปลกที่ภาครัฐเปิดช่องว่ากลุ่มซีพีสามารถขยายเวลาก่อสร้างได้ เหมือนกับรู้ล่วงหน้าว่าโครงการนี้มีอุปสรรคเยอะ
ทีมข่าวเศรษฐกิจเนชั่นทีวี รายงาน