นายคมสัน จิรเจริญกุล Senior Product Owner จาก SCB10X หัวหน้าทีม Hao Harn กล่าวว่า วิธีคิดผลิตภัณฑ์ Party Harn สอดคล้องกับสิ่งที่สุธัมได้กล่าวไว้ โดยเริ่มจากปัญหาของพี่ที่รู้จักที่เข้าเฟซบุคแล้วตั้งกลุ่มหาคนแชร์ซื้อของประเภทซื้อ 2 แถม 1 ซึ่งตอนนั้นคิดว่า ทำไมคนเหล่านี้ต้องตั้งกลุ่มหาคนเพื่อหารค่าของกัน ทำไมไม่มีแพลตฟอร์มที่รวมคนหาของสิ่งเดียวกัน และถ้าจะซื้อของที่มีของแถม เราจะหาคนอื่นมาแจมได้อย่างไร โดยที่คนเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องรู้จักกัน จึงเกิดเป็นไอเดียของการพัฒนา Chatbot Party Harn ขึ้น
ทั้งนี้ ประสบการณ์ที่ได้รับจากการไปแข่งขัน คือ แม้คิดว่าเราทำครบขนาดไหน การได้วิชั่นจากคนอื่น ทำให้เราสามารถคิดไอเดียได้เพิ่ม และสามารถไปต่อยอดในงานที่ทำอยู่ และสิ่งที่ได้เห็นอีกประการคือ ไอเดียของเด็กรุ่นใหม่ในระดับมหาวิทยาลัยที่มีทักษะที่เก่งมากทั้งการเตรียมตัว การนำเสนอผลิตภัณฑ์ ทำให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่มีศักยภาพ และน่าจะเป็นที่ต้องการในหลายองค์กรชั้นนำ
นายกวีวุฒิ กล่าวเสริมว่า องค์กรไหนที่เข้าใจและสามารสร้างพื้นที่ให้กับเด็กรุ่นใหม่ได้ ก็จะเป็นโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุค Digital Disruption ซึ่งปัจจุบันรูปแบบของทีมงานที่ SCB10X ประกอบด้วยคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะหลากหลายมารวมตัวกัน อาทิ User Experience (UX), Product Owner, Marketing, Data Scientist, Software Developer และคนเหล่านี้ทำงานในรูปแบบของอไจล์ (Agile) ที่ไม่ยึดติดกับรูปแบบ แต่คือวัฒนธรรมที่ยืดหยุ่นปรับได้ตามบริบทของงาน การที่คนเหล่านี้รวมตัวกันสร้างทีมเพื่อไปแข่งขันกับองค์กรข้างนอกในรูปแบบ Hackathon และสามารถใช้ระยะเวลาระยะสั้นเพื่อคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์จนได้รางวัลชนะเลิศเป็นเรื่องที่ตนรู้สึกยินดีแล้วก็ประทับใจกับทีมงานมาก"แน่นอนว่า งานประจำที่ทำอยู่ใน SCB10X ก็มากอยู่แล้ว
แต่ SCB10X เปิดโอกาสให้ทีมงานออกไปหาโอกาส หาไอเดียจากกิจกรรมข้างนอกอยู่เสมอ เพราะเชื่อว่า ความรู้อยู่นอกองค์กร ความคิดสร้างสรรค์ไม่เกิด ถ้าอยู่แต่ข้างใน วันนี้บริบทของงานได้เปลี่ยนไปแล้ว การหา input จากข้างนอกในยุคนี้สำคัญมาก การอยู่แต่ภายในองค์กร ก็จะมีแค่ความรู้ในองค์กร การออกไปหาความรู้จากข้างนอกทำให้คนในทีมได้ความรู้ใหม่ๆ มาแชร์กัน และนำมาใช้ต่อยอด หรือ ได้วิธีคิดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เราเชื่อว่าด้วยวัฒนธรรมการทำงานแบบนี้จะทำให้ SCB10X มีศักยภาพในการสร้างบุคลากรที่ทำงานแล้วรู้สึกว่าเขามีคุณค่า ซึ่งนำไปสู่ผลประโยชน์ขององค์กรในที่สุด" นายกวีวุฒิ กล่าวสรุป