โดยประเด็นถูกเปิดเผยผ่านรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่แจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งทันทีที่เปิดเผยออกมา ปรากฎว่า ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้ามาตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งล่าสุดของกกต. แม้จะยังไม่มีวาระพิจารณาเรื่องดังกล่าว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคดีนี้สร้างความหนักใจให้กับพรรคอนาคตใหม่พอสมควร เพราะอิทธิฤทธิ์ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพรรคอนาคตใหม่พยายามชี้แจงในสองประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย
1.พรรคสามารถกู้เงินได้ เนื่องจากพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองไม่ได้กำหนดห้ามเอาไว้ ซึ่งในทางกลับกัน หากกฎหมายพรรคการเมืองไม่ประสงค์จะให้พรรคการเมืองกู้เงินจริงๆย่อมจะต้องกำหนดข้อห้ามไว้ให้ชัดเจน ประกอบกับที่ผ่านมาทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยเคยกู้เงินมาก่อนเช่นกัน
ในเมื่อกฎหมายไม่ได้ระบุเรื่องการห้ามกู้เงินไว้ชัดเจน พรรคอนาคตใหม่ย่อมเป็นผู้ทรงสิทธิในการกู้เงินจากบุคคลใดก็ได้และมีหน้าที่ต้องชำระหนี้ตามสัญญากู้เงิน
2.เงินกู้ไม่ได้เป็นรายได้ของพรรคการเมือง โดยพรรคอนาคตใหม่พยายามอธิบายว่าตามหลักการทำบัญชีของนิติบุคคลเงินกู้เป็นส่วนของหนี้สิน ซึ่งแยกออกจากรายได้
ขณะที่ ล่าสุดพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะได้เผยแพร่คลิปวีดีโอผ่านยูทูปและเฟซบุ๊กของพรรคหัวข้อ "พรรคยุบพรรคยุบพรรค!!! ใช่หรือมั่ว ชัวร์หรือไม่? เงินกู้ยุบพรรคอนาคตใหม่?" โดยมีสาระสำคัญ 8 ประการ สรุปได้ดังนี้
1. เราจำเป็นต้องกู้เพราะรับบริจาค-ระดมทุนไม่ได้ เพราะติดประกาศ คสช. ที่ กกต. ห้ามไม่ให้พรรครับบริจาค-ขายสินค้าระดมทุนในช่วงตั้งพรรคใหม่ๆ ในขณะที่จำเป็นต้องใช้งบประมาณในการเริ่มต้นสร้างพรรค จัดตั้งสาขา ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด-ศูนย์ประสานงานพรรค และรณรงค์หาสมาชิก สร้างความรับรู้ รวมทั้งเช่าอาคาร สถานที่ และจ่ายเงินเดือนเจ้าหน้าที่พรรค
2. การกู้เงิน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส เราต้องการเปิดเผยที่มาของงบประมาณที่มาทำกิจกรรมอย่างชัดแจ้ง มิใช่มีนายทุนใหญ่หอบเงินมา แล้วไม่แจ้งที่มาที่ไป ดังนั้น ตัวเลขที่ออกมาทั้งหมด เป็นการตั้งใจเปิดเผยของพรรคอนาคตใหม่ต่อสาธารณชน ไม่ได้มาจากการขุด การแฉ ใดๆ ทั้งสิ้น
3. ไม่มีกฎหมายข้อใดห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน และหากต้องการห้ามพรรคการเมืองกระทำการใด จะต้องมีกฎหมายเขียนห้ามไว้ชัด
4. "เงินกู้" ไม่ใช่ "รายได้" และไม่ใช่การบริจาค แต่เป็น "หนี้สิน" ที่ต้องชำระคืน นี่คือหลักสากล
5. เงินกู้ที่ได้มา นำไปใช้ในการตั้งพรรค ค่าเช่าอาคาร สถานที่ ที่ทำการพรรค สาขาพรรค ศูนย์ประจำจังหวัดทั่วประเทศ เงินเดือนพนักงาน การจัดกิจกรรมรณรงค์หาสมาชิกพรรค ไม่ได้นำมาใช้ในการรณรงค์หาเสียง
6. ต่อให้ กกต. และองค์กรอิสระอื่นใด มีข้อวินิจฉัยว่าพรรคอนาคตใหม่ทำผิดกฎหมายจริง ก็ไม่มีโทษถึงขนาด "ยุบพรรค"
7. อย่าปล่อยให้ผู้ไม่หวังดี ฉวยโอกาสทุกครั้งเพื่อสร้างความเข้าใจผิดให้สังคมว่าพรรคจะโดนยุบแน่นอน
8. สุดท้ายและสำคัญที่สุด : สรุปแล้วสังคมไทยอยากเห็นพรรคการเมืองแบบไหนกันแน่? ระหว่างพรรคที่ทำอะไรโปร่งใส ตรวจสอบได้ เอาทุกอย่างมาแบกะดินทั้งหมด แต่ถูกเล่นงานทางกฎหมายวันต่อวัน หรือพรรคการเมืองที่ใช้เงินมหาศาลในทางที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย-ไม่ถูกจริยธรรม และไม่เคยเปิดเผยรายละเอียดใดๆ แต่อยู่รอดปลอดภัยเพราะตรวจสอบอะไรไม่ได้เลย? เป็นเรื่องง่ายมากที่เราจะทำอย่างหลัง และในประเทศนี้ก็มีอยู่ทั่วไป แต่ถามจริงๆ คุณอยากได้พรรคแบบนั้นจริงๆ หรือ?