และสิ่งที่คุณ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุข้อความว่า
คนติดคุก กับ คนหนีคุก
สิ่งหนึ่งที่คนอย่างพี่สนธิ และผมเหมือนกัน คือยอมรับ เป็นผู้แพ้ และเดินเข้าคุกแทนหนีคุก ต้องนอนเอามือก่ายหน้าผากว่า ทำไมโชคชะตาวาสนาถึงตกต่ำเพียงนี้?
ผมได้เจอพี่สนธิทั้ง 2 รอบ ตอนอยู่ในคุก จากคนที่เคยนอนแอร์ มีฟูกนุ่มๆ ต้องมานอนพื้นด้วยผ้าห่ม 3 ผืน อากาศอบร้อนเหมือนอยู่ในห้องซาวน่า เหงื่อท่วมตัวขนาดต้องเอานำ้ลูบทุกชั่วโมงจนหลับ ตื่นมาได้แต่รำพึงว่า "ชีวิตเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง?"
แต่ก็มีคนบางคนที่เลือกหนีคุก โดยเชื่อว่า "เงินจะซื้อได้" เพื่อตัดตอนไม่ให้คดีไปสู่กระบวนการของศาล ใช้วิธีวิ่งเต้น อาศัยช่องทางพิสดารของกฎหมายเช่นคดีที่เคยดังเป็นพลุแตก อย่าง "วิคตอเรีย ซีเครท" ของเครือเดอะลอร์ด ที่ขณะนั้นผมเป็นผู้สื่อข่าว อีกทั้งเคยเป็นอดีตเจ้าของเก่าหลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจ ทหาร กรมการปกครอง ดีเอสไอ มูลนิธิเอ็นเวเดอร์ แห่บุกเข้าจับกุม เพราะมีเด็กอายุเพียง 1213 ปี เคยทำงานอยู่ ทั้งยังพบหลักฐานจำนวนมาก ไม่ว่าเส้นทางการเงิน รายงานการประชุม จนนำไปสู่คดีค้ามนุษย์ ฟอกเงิน เป็นธุระจัดหา ทั้งเด็กต่ำกว่า 18 ปี และต่ำกว่า 15 ปี รวม 12 ข้อหาถือเป็นคดีนโยบายหลักของรัฐบาล ที่จะเร่งสร้างผลงานในขณะนั้น