ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดรอบ 33 เดือน
05 ก.ย. 2562 | orawan_jan

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค.ลดลงต่ำสุดรอบ 33 เดือน เหตุคนกังวลการเมืองไม่แน่นอน เศรษฐกิจชะลอตัว คาดพายุโพดุลและคาจิกิซ้ำเติมภาคเกษตรเสียหายอีก 5-8 พันล้านบาท
ข่าว
05 ก.ย. 2562 | orawan_jan

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค.ลดลงต่ำสุดรอบ 33 เดือน เหตุคนกังวลการเมืองไม่แน่นอน เศรษฐกิจชะลอตัว คาดพายุโพดุลและคาจิกิซ้ำเติมภาคเกษตรเสียหายอีก 5-8 พันล้านบาท
เป็นผลจากความกังวลปัจจัยลบทั้งเรื่องสงครามการค้า เศรษฐกิจไทยชะลอตัว และความกังวลเกี่ยวกับภัยแล้งที่เกิดกับพืชผลเกษตร และการสำรวจครั้งนี้ไม่รวมผลกระทบจากพายุโพดุลและคาจิกิ ที่ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมคาดว่าจะกระทบเฉพาะภาคเกษตรประมาณ 5,000 - 8,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ แม้ว่ารัฐบาลเริ่มมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา 3.16 แสนล้านบาท แต่ผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวช้าและกำลังซื้อของประชาชนยังไม่ฟื้นตัวขึ้นมากนักประกอบกับสถานการณ์ไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่มีความรุนแรงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การสำรวจครั้งนี้ไม่รวมผลกระทบจากพายุโพดุลและคาจิกิที่ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมที่คาดว่าจะส่งผลกระทบเฉพาะภาคการเกษตรประมาณ 5,000 - 8,000 ล้านบาท
"การปรับตัวลดลงของดัชนีทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (ConsumerConfidence Index: CCI) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 33 เดือน นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 เป็นต้นมาจากระดับ 75.0 มาอยู่ที่ระดับ 73.6
การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังฟื้นตัวขึ้นไม่มากนัก เพราะผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนที่ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว
ในปัจจุบันสถานการณ์ทางการเมืองของไทย ตลอดจนสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต โดยเฉพาะเรื่อง Brexit ซึ่งอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในปีนี้"
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงของดัชนีทุกรายการต่อเนื่องเนื่อง มาจากความไม่มั่นใจในสถานการณ์การเมืองเป็นสำคัญอีกทั้งผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก ที่มีความเสี่ยงสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสหรัฐฯ จะทำสงครามการค้ากับจีนมากขึ้น
โดยจะขึ้นภาษีระหว่างกันมากขึ้นในเดือนกันยายนนี้ ตลอดจนราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำจะส่งผลให้ต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเชิงลบในอนาคต และทำให้ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสที่สามของปีนี้เป็นอย่างน้อย
ดังนั้นรัฐบาลควรดำเนินนโยบายการเงินและการคลังผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง