หลังจากวานนี้ (14 สิงหาคม) เสียงรัฐบาล แพ้โหวตข้อบังคับต่อ ฝ่ายค้าน 2 ครั้งแล้ว การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานที่ประชุม ได้พิจารณาวาระร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ..... ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพิจารณาหมวด 3 ข้อ 12 ว่าด้วยคณะกรรมการประสานงาน ซึ่งเพิ่มเติมให้มีคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิป สภาฯ) โดยเนื้อหากำหนดให้มี กรรมการ จำนวน 10 คน มาจาก ตัวแทน ส.ส.พรรครัฐบาล 5 คนและ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน 5 คน และมีประธานสภา หรือรองประธานสภาฯที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานกรรมการ ทั้งนี้กำหนดให้ประธานสภาฯ กำหนดวิธีการแต่งตั้ง และการได้รับสิทธิประโยชน์ของ กรรมการวิปสภาฯ ด้วย หลังจากที่มีการอภิปรายและลงมติเสียงข้างมาก เห็นชอบ 448 เสียง ไม่เห็นด้วย 7 เสียง และงดออกเสียง 1 เสียงต่อจากนั้นเข้าสู่การพิจารณา ข้อ13 ว่าด้วยการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (1) สภาสิ้นอายุ หรือ สภาถูกยุบ หรือไม่มีสภาเพระาเหตุอื่นใด โดย กมธ. เสียงข้างน้อย ได้แก่ นายอดิศร เพียงเกษ ฐานะ กมธ.ฯ และนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอสงวนความเห็นให้ตัดคำว่า "หรือไม่มีสภาเพราะเหตุอื่นใด" เนื่องจากเป็นคำที่สะท้อนให้นึกถึงการยึดอำนาจหรือการรัฐประหาร เพราะการพ้นไปของสภาฯ มี 2 เหตุผลที่เขียนในรัฐธรรมนูญ คือ อยู่ครบวาระ และ การยุบสภา ซึ่งไม่เคยมีการปรากฎว่าพ้นไปด้วยเหตุอื่นใด ทั้งนี้ขอให้ส.ส.ที่มาจากประชาชนลงคะแนนด้วยความอิสระ เพื่อปกป้องสถาบันที่เป็นตัวแทนของประชาชนเอาไว้ จากนั้นได้มีการลงมติ ปรากฎว่า เสียงข้างมากของที่ประชุม 234 เสียง เห็นด้วยกับการตัดถ้อยคำดังกล่าวออกตามความเห็นของกมธ. เสียงข้างน้อย ขณะที่เสียงที่สนับสนุนให้ยืนตามกมธ.เสียงข้างมาก มีเพียง 223 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง ทั้งนี้ถือว่าส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลลงมติแพ้ ส.ส.ฝ่ายค้านเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งครั้งแรก คือการลงมติในร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อ 9(1) ว่าด้วยการทำหน้าที่ของประธานในที่ประชุม
ทั้งนี้ เลขาฯ วิปรัฐบาล ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สั่งตรวจแถว ส.ส.ซีกรัฐบาล หลังแพ้โหวตสองครั้งซ้อน ซึ่งไม่เป็นผลดี ยืนยันวิปรัฐบาลทำงานไม่ล้มเหลว เหตุปัญหาเรื่องกระจายเสียงพรรคพลังประชารัฐ นัดวิปรัฐบาลส่วนของพรรค หารือหลังจากที่เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 14 สิงหาคม พบว่าเสียงของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล แพ้โหวตให้กับ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ระหว่างการพิจารณาข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ13(1) ว่าด้วยการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาฯ ซึ่งเสียงข้างมากเห็นชอบตามที่ กมธ.ฯ พรรคเพื่อไทยเสนอให้แก้ไข โดยจะนำรายชื่อและผลการลงมติมาพิจารณาว่ามี ส.ส.ที่ไม่ได้ลงมติ ไม่ได้มาแสดงตน และจะสอบถามว่าไม่ลงมติด้วยเหตุผลอย่างไร อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะไม่มีมาตรการลงโทษ จะกำชับต่อการปฏิบัติหน้าที่ เพราะกรณีที่เสียงข้างมากของสภาฯ แพ้โหวต ถึง 2 ครั้งนั้น ไม่เป็นผลดี แม้จะเป็นการพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมก็ตาม
อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่https://www.nationtv.tv/main/content/378732715/
ล่าสุด พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.รัฐบาลโหวตแพ้ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 11 เสียง เมื่อวานนี้ และถือเป็นครั้งที่ 2 แล้ว จะมีมาตรการเหมือนกับฝ่ายค้านหรือไม่ ที่ห้าม ส.ส.เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเย็นวันพฤหัส เพื่อตัดปัญหาเสียงปริ่มน้ำ โดยบอกว่า ขอดูรายละเอียดก่อน เพราะยังไม่ได้รับหน้าที่ โดยจะเข้าทำงานวันแรกที่พรรคพลังประชารัฐ ในวันอังคาร ที่ 20 สิงหาคมนี้
ส่วนรายชื่อคณะทำงานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ที่ปรากฏตามหน้าสื่อ อาทิ นายอนุชา นาคาศัย / น.ส.ปารีณาไกรคุปต์ และ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือ มาดาเดียร์ ถูกต้องหรือไม่ / พลเอก ประวิตร ไม่ตอบ แต่พยักหน้า แล้วพูดว่า เดี๋ยวบอกนะ พร้อมยิ้มให้สื่อ