เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางชัน ได้จับกุมตัวนายวิทวัฒน์ หรือวิท สารพา อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี เลขที่ จ.255/2562 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2562 ในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยจับกุมได้ที่คอนโดมิเนียม เขตบางนา กรุงเทพฯ หลังได้ลักทรัพย์โทรศัพท์มือถือหลายเครื่องในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี
ทั้งนี้ ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ว่ามีคนร้ายขโมยโทรศัพท์มือถือไปจากร้านระหว่างที่ร้านปิดแล้วภายให้ห้างสรรพสินค้าได้ทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือไอโฟน ไอแพด และอุปกรณ์ไอทีต่างๆ มูลค่ากว่า 4 แสนบาท ต่อมาเดือนกรกฎาคม ทางร้านเดิมได้เข้ามาแจ้งความอีกครั้งว่าถูกก่อเหตุซ้ำได้ทรัพย์สินไปอีก 4 แสนบาท
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบคนร้ายแอบเข้าห้องน้ำของห้างในช่วงเวลาประมาณ 20.20 น. และเมื่อห้างปิดจึงออกมาก่อเหตุ โดยใช้เสื้อยืดสีเทาคลุมศีรษะปิดบังใบหน้า กระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น. คนร้ายรายนี้จึงได้ออกจากห้างฯ โดยเดินไปเอารถที่จอดไว้ในซอยใกล้ห้างหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวนขยายผล จนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุรายนี้ คือ นายวิทวัฒน์ จึงขออำนาจศาลออกหมายจับ
ทางด้านพันตำรวจโทอภิชาติ อุตรมาตย์ รองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางชัน เปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบว่านายวิทวัฒน์ ได้เปิดร้านขายกล้องวงจรปิดอยู่ที่อาคารพาณิชย์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ จึงขอหมายค้นไปตรวจค้นยึดของกลางได้ 33 รายการ เป็นเครื่องมือ คอมพิวเตอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ
นายวิทวัฒน์ รับสารภาพว่า ได้ลงมือก่อเหตุจริง โดยก่อนหน้านี้เคยเป็นนักสนุกเกอร์อาชีพมีรางวัลมากมาย เคยเปิดร้านกล้องวงจรปิด และร้านแอร์ แบบครบวงจร ร่วมกันกับภรรยาแต่สุดท้ายได้เลิกกัน โดยได้แบ่งทรัพย์สิน ซึ่งภรรยาเก่าเอาบ้านกับรถไป ส่วนตนก็รับงานเหมือนเดิมโดยไม่มีหน้าร้าน และนำลูกน้องเก่ามาด้วย 8 คน ก่อนจะมีภรรยาใหม่ จึงเปิดร้านอีกครั้งที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยลงทุนเช่าอาคารพาณิชย์ พร้อมตกแต่งร้านอย่างดี แต่เงินไม่พอ จึงตัดสินใจก่อเหตุด้วยอารมณ์ชั่ววูบ
ทั้งนี้นายวิทวัฒน์เคยพักอาศัยอยู่ย่านมีนบุรีและมาเดินห้างสรรพสินค้าแห่งนี้บ่อย จึงมีข้อมูลเรื่องการวางกำลังรปภ. และดูมุมกล้องวงจรปิด นอกจากนี้ยังเคยติดตั้งระบบปรับอากาศให้ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งมาแล้ว จึงรู้ระบบเกี่ยวกับฝ้าเพดานของห้างต่างๆ อย่างดี รวมถึงดูเส้นทางหลบหนีไว้อย่างละเอียด โดยทั้งสองครั้งเมื่อได้ของมาก็เอาไปขายร้านโดยโกหกร้านว่าเปิดร้านซื้อขายโทรศัพท์อยู่จึงได้ของมาราคาร้อน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายวิทวัฒน์ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย