#ไซเบอร์บูลลีอิ้ง
จากกรณีที่มีกลุ่มอันธพาลกลุ่มหนึ่งที่ชอบระรานผู้อื่นไปทั่วในโลกโซเชียล
...เมื่อมีใครก็ตามมีความเห็นต่างทางการเมืองหรือไปแตะต้องพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง
...กลุ่มเดียวกันนั้นได้...ใส่ร้ายป้ายสีผมต่างๆนานาให้เสื่อมเสียบนโลกโซเชียล ณ ขณะนี้
หรือที่เรียกว่าตามสากล...ในภาษาอังกฤษว่า... "Cyberbullying"
ในส่วนของประเด็นที่มีการใส่ร้ายผมว่า...
...ผลงานทางวิชาการของผมไร้คุณภาพ...และมีการเขียนอ้างอิงผลงานของตัวเอง...จำนวน 6 จาก 7 การอ้างอิงเมื่อดูจาก Google Scholar
>>> นั่นเป็นเรื่องที่ไม่มีทางเป็นจริงไปได้เลย...เนื่องด้วยผมมีผลงานทางวิชาการที่ตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการระดับแนวหน้าของโลกเพียง 3 ชิ้นเท่านั้น...
เนื่องด้วยผมเพิ่งศึกษาจบปริญญาเอก...มาสดๆ ร้อนๆ ยังไม่ถึงปีด้วยซ้ำ...แต่ก็เป็นไปตามมาตรฐานการจบปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยระดับโลก
โดยได้มีการตีพิมพ์ใน...
- Journal of Polymer Science Part B: Polymer Physics
- Polymers for Advanced Technologies
- Modelling and Simulation in Materials Science and Engineering
แล้วก็ออกจะเป็นเรื่องที่ตลกเสียด้วยซ้ำ...ที่กลุ่มอันธพาลผู้เหยียดหยามการศึกษาของผู้อื่นมาตั้งแต่ต้นกลุ่มนี้...
>>> ไม่เคยรู้ว่า...มีงานวิจัยเรื่องนี้กี่ชิ้นในโลก(ซึ่งเป็นงานที่ใหม่มาก) ณ เวลาปัจจุบัน ?
ปล. ถ้าผมเป็นนักเรียนทุนกู้ยืม... ผมคงไม่ได้มาสัมผัสบรรยากาศประชาธิปไตยที่น่ารักๆของประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นแน่
>>> ก่อนจะลง กดไลค์ หรือ กดแชร์อะไร...ก็ใช้สมองให้มากๆหน่อยนะครับ <<<
__________________________________
ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า...การกระทำดังกล่าวของผู้ใส่ร้ายผมและผู้หลงเชื่อตามๆกันเป็นเพียงแค่...การโจมตีตัวบุคคลแบบที่ขาดความรู้ในเรื่องที่นำมาโจมตี และเป็นการสะท้อนถึงความเขลาในด้านความรู้ด้านวิชาการหรือด้านงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์
__________________________________
โดยเนื้อแท้...งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มีกระบวนการที่ชัดเจน และ ดูจากผลการค้นคว้า การทดลองเชิงประจักษ์ หาใช่เป็นการนั่งมโนหรือตีความเอาเองไม่...แตกต่างจากสังคมศาสตร์ที่หลายครั้งเป็นการทึกทักหรือตีความเอาเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตัวอย่างของกลุ่มนักวิชาการที่ลงผลงานในนิตยสารฟ้าเดียวกัน แล้วก็อ้างอิงกันเองในกลุ่มเดียวกันที่มีความคิดชังชาติและเชิงลบต่อสถาพระมหาบันกษัตริย์
ดังนั้นการอ้างกระบวนการค้นพบจากงานวิจัยสายวิทยาศาตร์จึงไม่ได้เป็นการมโนขึ้นมาเอง แถมการอ้างอิงโดยหลักการบางส่วนมาใช้กับงานอื่น... ก็ยังห่างไกลจากลอกข้อมูล (plagiarism) ที่เป็นการ copy & paste แบบพวกนักวิชาการที่ชอบไปชุบตัวต่างประเทศตามมหาวิทยาลัยห้องแถวมาก
__________________________________
รู้หรือไม่ว่า....พฤติกรรม Cyberbullying ในอเมริกา...มักพบบ่อยที่สุดในกลุ่มวัยรุ่นช่วงอายุประมาณ 12-18 ปี หรือช่วงมัธยม
ลองนึกภาพดูครับ...ถ้าชาวต่างชาติรู้ว่า...พฤติกรรมทางโซเชียลของชาวไทยกลุ่มอันธพาลนั้นที่ส่วนมากคือ Gen Y หรือคนในช่วงอายุระหว่าง 25-39 ปี
>>> ชาวต่างชาติจะคิดอย่างไรกัน... รู้ถึงไหนอายถึงที่นั่นจริงๆ
และพฤติกรรม Cyberbullying เหล่านี้ถูกต่อต้านอย่างหนัก...ในประเทศที่เจริญแล้วทั้งสิ้นครับ
__________________________________
#StopCyberbullying
ไหนว่า...ประชาชนสามารถตรวจสอบนักการเมืองได้ ?
แต่ก็กลายเป็นเพียงแค่...คำพูดสวยหรู...ที่ปราศจาก...เนื้อหาของประชาธิปไตยโดยสิ้นเชิง
...เพราะสุดท้าย...ไม่ว่าใครที่ใช้สิทธิเสรีภาพในการตรวจสอบพรรคการเมืองพรรคจุดจุดจุด...ก็จะต้องถูก Cyberbullying กันทุกคนอย่างทั่วถึง...กันเลยทีเดียว
>>> โดยกลุ่มอันธพาลในโลกโซเชียลที่สนับสนุน...นักการเมืองที่เสนอแนวคิดในการตรวจสอบนักการเมืองเสียเอง...
__________________________________
สุดท้ายผมขอถามกลับไปนะครับว่า...
>>> คนระดับ รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล...อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยวัยกลางคน เคยตีพิมพ์...วารสารทางวิชาการระดับแนวหน้าของโลกสักชิ้น...หรือไม่ ?
ใครรู้ช่วยบอกที ?
ขอทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านี้ครับ... เจ็บคอ...
ดร.ศุภณัฐ
13 สิงหาคม พ.ศ. 2562
#ประชาธิปไตยTheseries by ดร.ศุภณัฐ
อ้างอิง...https://www.stopbullying.gov/
https://en.wikipedia.org/wiki/Cyberbullying
https://kidshealth.org/en/parents/cyberbullying.html
https://health.kapook.com/view150050.html
.