นายวิชัย โภชนกิจอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ภายหลังจากครบกำหนดที่โรงพยาบาลเอกชน353 โรงพยาบาล และผู้นำเข้า ผู้ผลิต 345 ราย จะต้องแจงข้อมูลราคาซื้อ-ขาย ยา และเวชภัณฑ์มาที่กรมการค้าภายในภายในวันที่31 ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่า โรงพยาบาลแจ้งมาแล้ว 312 แห่ง โดยในจำนวนนี้ แจ้งข้อมูลครบถ้วน 298 ราย และอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลอีก14 ราย นอกจากนี้ยังมีไม่แจ้งข้อมูลมาให้กรม 37 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ 4 รายไม่เข้าข่ายและไม่มีคุณสมบัติที่จะต้องแจ้งข้อมูลเพราะปิดกิจการและแปลงสภาพเป็นคลีนิคไปแล้ว
ขณะที่ ผู้ผลิตและผู้นำเข้า แจ้งข้อมูลแล้ว 240 ราย แต่บางส่วนอยู่ระหว่างการปรับปรุงข้อมูล นอกจากนี้ อีก 81 รายไม่แจ้งข้อมูล และ 19 รายไม่เข้าเกณฑ์ที่ต้องแจ้งข้อมูล และ 5 รายที่ไม่สามารถติดต่อได้ สำหรับรายที่ไม่แจ้งข้อมูลนั้นกรมได้ส่งหนังสือเรียกให้มากชี้แจง คาดว่า น่าจะทยอยมาชี้แจงภายในสิ้นเดือนส.ค.นี้
"หากออกหนังสือเชิญแล้ว ไม่มาชี้แจงจะมีความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ.2542 โดยจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3ดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีไม่ส่งข้อมูลราคามาให้จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและยังปรับอีกวันละ 2,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืนซึ่งได้เริ่มทยอยปรับไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา"
สำหรับราคาซื้อและขายยาที่โรงพยาบาลได้ส่งมาให้กรมแล้วนั้น ขณะนี้ กรมได้นำมาจัดทำเป็นฐานข้อมูลเพื่อเผยแพร่ในเว็บไซต์กรม www.dit.go.th และนำมาจัดทำเป็นคิวอาร์โค้ดแล้วส่งไปให้โรงพยาบาลเอกชนแต่ละได้จัดแสดงไว้ในที่เปิดเผย เห็นได้ง่าย เช่นเคาน์เตอร์จ่ายยา ฯลฯ เพื่อให้ผู้เข้ามาใช้บริการสามารถสแกนเพื่อตรวจสอบราคายาชนิดเดียวกันที่ขายในโรงพยาบาลทุกแห่งได้ เพื่อประกอบการตัดสินใจเข้ามาใช้บริการโดยประชาชนสามารถตรวจสอบได้ภายหลังจากวันที่ 16 ส.ค.นี้เป็นต้นไป
"คิวอาร์โค้ดที่จะจัดส่งให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งนั้น เมื่อตรวจสอบชื่อยาแต่ละชนิด เช่นพาราเซตามอล จะสามารถเช็คราคาที่ขายในโรงพยาบาลแต่ละแห่งทั่วประเทศได้ทำให้ผู้บริโภครู้ได้ทันทีว่า โรงพยาบาลใดขายยาชนิดเดียวกัน ถูก หรือแพงกว่ากันโดยราคาที่โรงพยายาลจัดส่งมาให้นั้น ถือเป็นราคาที่โรงพยาบาลผูกพันจะต้องขายตามนี้ถ้าขายเกินกว่านี้ และมีผู้ร้องเรียน กรมจะสอบถามข้อเท็จจริง ถ้าชี้แจงไม่ได้จะถูกดำเนินการตามกฎหมาย และถ้าจะเปลี่ยนแปลงราคาต้องแจ้งกรมล่วงหน้าก่อนการเปลี่ยนแปลงไม่น้อยกว่า 15 วัน"
ส่วนราคาเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์นั้น ขณะนี้ อยู่ระหว่างการทำรหัสของเวชภัณฑ์และค่าบริการทางแพทย์แต่ละรายการให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศเพื่อให้แต่ละหน่วยงานเข้าใจตรงกัน เพราะขณะนี้ ยังไม่มีการจัดทำเป็นรหัสใดๆ เลยคาดว่า น่าจะแล้วเสร็จในอีก 1 เดือน จากนั้น จึงจะนำมาเผยแพร่ราคาได้