เนชั่นทีวี

ข่าว

พาณิชย์แนะใช้คิวอาร์โค้ดตรวจสอบยาแพง

09 ส.ค. 2562 | orawan_jan

พาณิชย์แนะใช้คิวอาร์โค้ดตรวจสอบยาแพง

"พาณิชย์" แนะประชาชน-ผู้ป่วยใช้คิวอาร์โค้ดเปรียบเทียบราคายาของโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศได้หลัง 16 ส.ค.นี้เป็นต้นไป พร้อมทยอยออกหนังสือเรียกโรงพยาบาล ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ที่ไม่ส่งข้อมูลราคามาให้แล้ว ใครเพิกเฉยหรือไม่ส่งราคามาให้อีก มีโทษทั้งจำ-ปรับ

นายวิชัย โภชนกิจอธิบดีกรมการค้าภายใน  กล่าวว่า ภายหลังจากครบกำหนดที่โรงพยาบาลเอกชน353  โรงพยาบาล  และผู้นำเข้า ผู้ผลิต  345  ราย จะต้องแจงข้อมูลราคาซื้อ-ขาย ยา และเวชภัณฑ์มาที่กรมการค้าภายในภายในวันที่31 ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่า โรงพยาบาลแจ้งมาแล้ว  312  แห่ง โดยในจำนวนนี้ แจ้งข้อมูลครบถ้วน 298  ราย และอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลอีก14  ราย นอกจากนี้ยังมีไม่แจ้งข้อมูลมาให้กรม 37  ราย  ซึ่งในจำนวนนี้  4 รายไม่เข้าข่ายและไม่มีคุณสมบัติที่จะต้องแจ้งข้อมูลเพราะปิดกิจการและแปลงสภาพเป็นคลีนิคไปแล้ว



ขณะที่  ผู้ผลิตและผู้นำเข้า  แจ้งข้อมูลแล้ว 240  ราย แต่บางส่วนอยู่ระหว่างการปรับปรุงข้อมูล นอกจากนี้ อีก 81  รายไม่แจ้งข้อมูล  และ 19 รายไม่เข้าเกณฑ์ที่ต้องแจ้งข้อมูล และ 5  รายที่ไม่สามารถติดต่อได้   สำหรับรายที่ไม่แจ้งข้อมูลนั้นกรมได้ส่งหนังสือเรียกให้มากชี้แจง คาดว่า น่าจะทยอยมาชี้แจงภายในสิ้นเดือนส.ค.นี้

 



"หากออกหนังสือเชิญแล้ว ไม่มาชี้แจงจะมีความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ.2542 โดยจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3ดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีไม่ส่งข้อมูลราคามาให้จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและยังปรับอีกวันละ 2,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืนซึ่งได้เริ่มทยอยปรับไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา"

 



สำหรับราคาซื้อและขายยาที่โรงพยาบาลได้ส่งมาให้กรมแล้วนั้น ขณะนี้ กรมได้นำมาจัดทำเป็นฐานข้อมูลเพื่อเผยแพร่ในเว็บไซต์กรม www.dit.go.th และนำมาจัดทำเป็นคิวอาร์โค้ดแล้วส่งไปให้โรงพยาบาลเอกชนแต่ละได้จัดแสดงไว้ในที่เปิดเผย เห็นได้ง่าย เช่นเคาน์เตอร์จ่ายยา ฯลฯ เพื่อให้ผู้เข้ามาใช้บริการสามารถสแกนเพื่อตรวจสอบราคายาชนิดเดียวกันที่ขายในโรงพยาบาลทุกแห่งได้ เพื่อประกอบการตัดสินใจเข้ามาใช้บริการโดยประชาชนสามารถตรวจสอบได้ภายหลังจากวันที่ 16 ส.ค.นี้เป็นต้นไป

 



"คิวอาร์โค้ดที่จะจัดส่งให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งนั้น เมื่อตรวจสอบชื่อยาแต่ละชนิด เช่นพาราเซตามอล จะสามารถเช็คราคาที่ขายในโรงพยาบาลแต่ละแห่งทั่วประเทศได้ทำให้ผู้บริโภครู้ได้ทันทีว่า โรงพยาบาลใดขายยาชนิดเดียวกัน ถูก หรือแพงกว่ากันโดยราคาที่โรงพยายาลจัดส่งมาให้นั้น ถือเป็นราคาที่โรงพยาบาลผูกพันจะต้องขายตามนี้ถ้าขายเกินกว่านี้ และมีผู้ร้องเรียน กรมจะสอบถามข้อเท็จจริง ถ้าชี้แจงไม่ได้จะถูกดำเนินการตามกฎหมาย และถ้าจะเปลี่ยนแปลงราคาต้องแจ้งกรมล่วงหน้าก่อนการเปลี่ยนแปลงไม่น้อยกว่า 15 วัน"

 



ส่วนราคาเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์นั้น ขณะนี้ อยู่ระหว่างการทำรหัสของเวชภัณฑ์และค่าบริการทางแพทย์แต่ละรายการให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศเพื่อให้แต่ละหน่วยงานเข้าใจตรงกัน เพราะขณะนี้ ยังไม่มีการจัดทำเป็นรหัสใดๆ เลยคาดว่า น่าจะแล้วเสร็จในอีก 1 เดือน จากนั้น จึงจะนำมาเผยแพร่ราคาได้

 

 

ข่าวล่าสุด