นางสาวเกษสุรีย์ วิจารณกรณ์ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าวสาธารณรัฐประชาชนจีน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ หน่วยงาน HongkongTrade Development Council (HKTDC) ได้เปิดเผยผลสำรวจการเลือกซื้อของเล่นของผู้ปกครองชาวจีนโดยพบว่าปัจจัยสำคัญในการซื้อของเล่นของชาวจีนให้กับเด็กก็เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสมองและทักษะในด้านต่างๆ ของเด็กส่งผลให้ของเล่นที่ให้ความรู้แก่เด็กได้รับความนิยมในตลาดจีนมากขึ้นแต่สินค้าต้องมีคุณภาพและความปลอดภัย
ทั้งนี้ ผลการสำรวจ พบว่าผู้ปกครองชาวจีน เลือกของเล่นประเภทพัฒนาทักษะความสามารถของเด็กเป็นอันดับหนึ่งรองลงมา คือ ของเล่นเพื่อพัฒนาสมองของลูก ของเล่นเพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพของเล่นเพื่อให้ลูกสนใจในวิทยาศาสตร์ ของเล่นที่ลูกชอบและมีความสุข และของเล่นเพื่อเป็นของขวัญตอบแทนให้ลูกตามลำดับแต่เมื่อเด็กมีอายุเพิ่มขึ้น การเลือกซื้อของเล่นก็เปลี่ยนตามไปด้วย เช่นเด็กอายุต่ำกว่า 9 ขวบผู้ปกครองจะเลือกซื้อของเล่นเพื่อพัฒนาสมองเป็นหลัก และสำหรับเด็กโตจะซื้อของเล่นเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
"ผลจากการที่ผู้ปกครองให้ความสำคัญแก่การเรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก ซึ่งของเล่นที่ช่วยพัฒนาสมองและเสริมทักษะเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะหาทางขยายตลาดในจีนโดยต้องศึกษาความต้องการของผู้ปกครองชาวจีนยุคใหม่ที่มีกำลังซื้อ และเน้นสินค้าที่มีคุณภาพมีความปลอดภัย หากผลิตสินค้าได้ตรงตามที่ต้องการ ก็จะเจาะตลาดได้ดีขึ้นและควรจะใช้ช่องทางการทำตลาดออนไลน์ เพราะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างและยังจะช่วยให้ของเล่นไทยเข้าไปมีส่วนแบ่งในตลาดจีนได้เพิ่มขึ้น"นางสาวเกษสุรีย์กล่าว
สำหรับสถานการณ์ตลาดของเล่นในจีนมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี โดยสถิติจากสมาคม China Toy & JuvenileProduct Association แจ้งว่า ในปี 2561 ตลาดของเล่นในจีนมีมูลค่าถึง 70,480 ล้านหยวนเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีก่อน