ล่าสุด นายปิยบุตร แสงกนกกุลเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ได้โพสต์เฟซบุ๊กPiyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุลเกี่ยวกับกรณีนี้โดยมีข้อความระบุว่า ...[ ยกเลิกคำสั่ง คสช. ยังไม่เพียงพอ เพราะมี ม.279 รับรองทุกการกระทำ ]
ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีที่ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ให้ข่าวว่ามีการยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. หลายๆ ฉบับ เช่นเรื่องเกี่ยวกับเสรีภาพสื่อมวลชน การโอนคดีไปให้ศาลทหาร ฯลฯ ว่า
ความคิดที่จะยกเลิกคำสั่งเหล่านี้มีมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งเรายังไม่ทราบว่าการยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. ที่ว่านี้จะได้แก่ฉบับใดบ้าง จะครอบคลุมทุกฉบับที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิเสรีภาพ มีเนื้อหาที่ขัดกับความยุติธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ ถ้ามีบางฉบับที่เข้าข่ายแต่กลับไม่ได้ถูกยกเลิกไป พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่า ส.ส. ของเราจะเสนอร่างพระราชบัญญัติเข้าไปสู่การพิจารณายกเลิกให้หมด
แต่ขณะเดียวกันก็ต้องทำความเข้าใจในที่นี้ว่าต่อให้มีการยกเลิกในวันนี้ ผลของการใช้ประกาศและคำสั่งในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาจะยังมีอยู่ นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่พรรคอนาคตใหม่ได้ตั้งญัตติด่วนเพื่อศึกษาผลกระทบเหล่านี้ด้วย ไม่ใช่ว่าเมื่อยกเลิกไปแล้ว จะไม่ต้องพูดถึงกันอีก
นอกจากนี้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 279 เวลาเขียนรับรองให้ประกาศคำสั่ง คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญทุกประการ ไม่ได้เป็นการรับรองแค่ประกาศคำสั่งเท่านั้น แต่ยังรับรองไปถึง การกระทำที่เกี่ยวเนื่องกัน ด้วย ซึ่งนี่เป็นปัญหาใหญ่ ว่าการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกันครอบคลุมไปถึงแค่ไหน รับรองไปถึงการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกัน แม้หลังการยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. ไปแล้วด้วยหรือไม่
นี่จึงเป็นพันธกิจสำคัญที่พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าสุดท้าย มาตรา 279 ก็ต้องเลิกทิ้งด้วย เพื่อจะสกัดความคุ้มครองเหล่านี้ออกไปให้หมด
ดังนั้นการที่รัฐบาลชุดนี้ตัดสินใจจะยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะหมดอำนาจจากการเป็น คสช. เรียนตามตรงว่าไม่ได้ช่วยให้ระบอบการปกครองประชาธิปไตย หลักนิติรัฐ กลับมาได้จริง เพราะยังมีลูกหลานเหลนโหลนของ คสช. ผุดดอกมาเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นพรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าเราจะตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องไม่ปล่อย
ปัญหาใหญ่ก็คือการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยากมาก จนหลายฝ่ายคิดว่าเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่จะนั่งเฉยๆโดยไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ เราเตรียมการที่จะเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม ซึ่งเขียนง่ายมาก ก็เขียนว่ายกเลิกมาตรา 279 ก็จบ
แต่ปัญหาคือเมื่อเอาเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภามันจะผ่านหรือไม่ การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นเรื่องที่แปลกใหม่ไปจากเดิม เริ่มต้นด้วยการประชุมร่วมกันของสองสภาคือทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเลย แล้วพอเป็นการประชุมร่วมกันของสองสภา ก็กำหนดไว้ว่าต้องมีเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. ถึงหนึ่งในสาม ในวาระแรก ไม่เช่นนั้นก็จะไม่ผ่าน
อย่างน้อยที่สุดเมื่อเราดันเข้าไปแล้ว ก็ให้ประชาชนเห็นกันจะจะเลยว่าใครบ้างที่ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกมาตรา 279 สาธารณะชนก็จะได้รู้กัน พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าเราจะทดลองผลักดันเรื่องนี้ให้ได้ ยกเลิกมาตรา 279 เพื่อเอาหลักความเป็นกฏหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
ร่างเราทำเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่ทางพรรคอนาคตใหม่มี ส.ส. 81 คนการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมี ส.ส. 100 คนขึ้นไป พูดง่ายๆ คือต้องไปช่วยกันหาเพื่อน ส.ส. มาลง ก็กำลังจะเริ่มการเปิดการพูดคุยกันว่าจะมีใครที่จะมาลงร่วมกันบ้าง
#พรรคอนาคตใหม่ #อนาคตใหม่ #ปิยบุตร #คสช #รัฐธรรมนูญ