นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์เปิดเผย มูลค่าการค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ Thaitrade.com ในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ2562 (ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2561 ถึง 30 เมษายน 2562) อยู่ที่ 784 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 62.66%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยเป็นคำสั่งซื้อสินค้าจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และ อินเดีย ตามลำดับ
นอกจากนี้ประเภทสินค้าที่มีการเข้าชมผ่านเว็บไซต์สูงสุดในช่วงดังกล่าว คือสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าเกษตร เสื้อผ้าแฟชั่นเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน เคมีภัณฑ์และเครื่องจักรกลโดยคาดว่าจะมีมูลค่าการซื้อขายในปีนี้สูงกว่า 1,000 ล้านบาท
"ในปีนี้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศให้ความสำคัญกับการพัฒนาเว็บไซต์Thaitrade.com เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้ซื้อ-ผู้ขายรองรับการค้าแบบ B2B2C ทั้งในและต่างประเทศและเพิ่มบริการพิเศษบนเว็บไซต์ อาทิ ฟังก์ชั่น e-Quotation, Online &Offline Business Matching รวมทั้ง ปรับโฉมศูนย์ให้บริการ Thaitrade.comCenter ที่กระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ำ (ชั้น 5)ให้ทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งานมากยิ่งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศผ่านทางเว็บไซต์ Thaitrade.comได้อย่างครบวงจร และสามารถต่อยอดสู่แพลตฟอร์มอื่นๆ ได้ในระดับสากล"
อย่างไรก็ตาม ช่วงต้นปีที่ผ่านมา กรมฯได้ร่วมมือกับพันธมิตรอีคอมเมิร์ซชั้นนำระดับโลกในการผลักดันสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดต่างประเทศอีกด้วยได้แก่ Amazon.com (ตลาดอเมริกา) Gosoko.com (ตลาดแอฟริกา)HKTDC.com (ตลาดฮ่องกง) JD.ID (ตลาดอินโดนีเซีย)JD.com (ตลาดจีน) และ ShopJJ.co (ตลาดสิงคโปร์) ฯลฯ
นอกจากนี้ กรมฯได้เร่งทำการตลาดออนไลน์เชิงรุกเพื่อให้สินค้าไทยเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อจากต่างประเทศมากขึ้นผ่านการใช้เครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่สำคัญ อาทิ การทำ Search EngineMarketing (Google และ Baidu) การโฆษณาออนไลน์ทั้งเว็บไซต์เครือข่ายและสื่อสังคมออนไลน์อย่างFacebook, Instagram และ Youtube การสร้างการรับรู้ผ่านการดำเนินงานร่วมกับKey Opinion Leader หรือ KOL ในประเทศต่างๆเป็นต้น รวมทั้งมีการทำแคมเปญออนไลน์ต่าง ๆที่ดึงจุดแข็งของสินค้าไทยเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้า
ปัจจุบันเว็บไซต์ Thaitrade.com ทำหน้าที่ในการเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้มีเวทีแข่งขันบนโลกยุคดิจิทัลเป็นระยะเวลา8 ปี โดยสถิติการซื้อขายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ตั้งแต่เปิดให้บริการเดือนกรกฎาคม2554 จนถึงเดือนเมษายน 2562 มีสมาชิกผู้ซื้อจากทั่วโลกกว่า 181,088ราย โดยประเทศที่เป็นสมาชิกผู้ซื้อมากที่สุด ได้แก่ อินเดีย จีน อเมริกา เวียดนามและมาเลเซีย มีสมาชิกผู้ขายบนเว็บไซต์ฯ รวม 23,172ราย และมีสินค้าขายบนเว็บไซต์จำนวน 263,356 รายการ ครอบคลุม 52 หมวดหมู่สินค้าโดยมีผู้เข้าชมเว็บไซต์รวม 7,749,344ราย จาก 237 ประเทศทั่วโลก และมีมูลค่าการซื้อขายสินค้าที่มีหลักฐานผ่านเว็บไซต์ราว6,343 ล้านบาท