นายบัญชา กล่าวว่า ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าทางบริษัทดังกล่าวได้กลับมาทำการต่อเติมอาคารอีกครั้ง ซึ่งยืนยันว่า บริษัทดังกล่าวไม่สามารถต่อเติมอาคารได้ เนื่องจากยังไม่ได้ยื่นผังการต่อเติมตัวอาคารต่อสำนักงานเขต อีกทั้งยังอยู่ในห้วงเวลาของคำสั่ง คสช. ปี2559 ที่ให้ปิดให้บริการ และระงับการใช้อาคารเป็นเวลา 5 ปี และจากการเข้าร่วมตรวจสอบพบว่ามีการดัดแปลงอาคาร หลังคาด้านหน้า กว้าง 15 เมตร และหลังคาด้านหลังมีการต่อเติมยาวไปจนถึงคลองสาธารณะ ซี่งตามกฎหมายจะต้องห่างประมาณ 3 เมตร อีกทั้งภายในอาคารที่แบ่งเป็นห้องนั้นผิดไปจากแบบที่เคยขออนุญาต เมื่อปี 2538ด้าน พ.ต.อ.ภูริส กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า การก่อสร้างต่อเติมอาคารดังกล่าวเป็นการละเมิดและฝ่าฝืนคำสั่งศาลปกครอง เนื่องจากไม่ได้ขอใบอนุญาตก่อสร้าง ซึ่งขาดการต่อมา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2559 ส่วนเรื่องของอาบอบนวดนาตาลี จะต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องอีกบ้าง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเกรงจะกระทบกับรูปคดี
ขณะที่พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร รอง ผบก.น.1 กล่าวว่า พนักงานสอบสวนห้วยขวาง จะรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินคดีในความผิดตามกฎหมายอาคาร และจะเสนอเรื่องมายังกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อรายงานตามข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบพบ ทั้งนี้ก่อนหน้านี้พบว่าสถานบริการดังกล่าวได้ยื่นขออนุญาตกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล ย้ายชื่อสถานประกอบการมาโดยขณะขออนุญาตขณะนั้นยังไม่ได้เปิดให้บริการและยังไม่ได้มีการต่อเติมอาคาร ก่อนจะมาพบว่าได้มีการต่อเติมอาคาร จึงแจ้งสำนักงานเขตรับทราบก่อนจะเข้าร้องทุกข์ว่าเป็นการต่อเติมที่ผิดกฎหมาย ย้ำว่าทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับคดีความที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และการฟอกเงิน ซึ่งต่อจากนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) จะพิจารณาเรื่องเข้ายึดทรัพย์สินหรืออาคารต่อไป