ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่านกล่าวอย่างเผ็ดร้อนว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คงเสียสติไปแล้ว เลยกล้าทำอะไรที่โง่เขลาอย่างการคว่ำบาตรผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ และบอกว่า หากสหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านเจรจาจริง ทำไมถึงต้องคว่ำบาตรรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านด้วย นี่จึงเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เชื่อถือไม่ได้ และละเมิดข้อตกลงตลอดเวลา
ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านโพสต์ทวิตเตอร์ ระบุตอนนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า "บีทีม" มัวแต่กระหายสงคราม โดยไม่สนใจผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เอง ซึ่งคำว่า "บีทีม" นี้เป็นคำที่ซารีฟใช้สื่อถึงทีมงานสายเหยี่ยวของทรัมป์ โดยเฉพาะจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ รวมไปถึงพันธมิตรของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางที่เป็นศัตรูของอิหร่าน ทั้งซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้านโฆษก ก.ต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า การใช้มาตรการคว่ำบาตรแบบไร้ประโยชน์ของสหรัฐฯ เท่ากับเป็นการปิดประตูแนวทางทางการทูตอย่างถาวร
ท่าทีล่าสุดของอิหร่านมีขึ้นเพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่ออกมาพุ่งเป้าเล่นงานคาเมเนอี และผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม 8 นาย และจะคว่ำบาตรรมต.ต่างประเทศอิหร่านเพิ่มเติมช่วงปลายสัปดาห์นี้ โดยทรัมป์บอกว่า นี่คือการลงโทษที่อิหร่านสอยโดรนสอดแนมของสหรัฐฯ แต่ต่อให้ไม่มีการยิงโดรน เขาก็จะคว่ำบาตรอิหร่านอยู่ดี
ขณะที่นายสตีฟ มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เผยว่า การคว่ำบาตรครั้งนี้ จะเป็นการตัดช่องทางเข้าถึงแหล่งเงินทุนและทรัพย์สินของผู้นำอิหร่านในสหรัฐฯ โดยคาดว่าจะอายัดทรัพย์ได้หลายพันล้านดอลลาร์ แต่ประธานาธิบดีอิหร่านยืนยัน คาเมเนอีมีเพียงมัสยิดและบ้านเล็กๆ 1 หลังเท่านั้น ไม่ได้มีทรัพย์สินในต่างแดนแต่อย่างใด