เมื่อครบกำหนดการอนุบาลปะการังแล้ว มันจะแผ่รากครอบคลุมท่อพีวีซีเล็กที่เราเอาสกรูยึดติดไว้ ไม่สามารถเอาท่อออกได้ แต่ส่วนที่เป็นฐานใหญ่ สามารถนำกลับมารีไซเคิลใช้ปลูกปะการังคราวถัดไปได้อีก ส่วนปะการังที่เริ่มโตแล้ว สามารถเก็บบางส่วนไปเพาะพันธุ์ปลูกใหม่ได้ หรือเอาไปวางตามแนวปะการังจุดอื่นๆ ในความลึกและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อไป ก็คืออยู่กับปะการังลักษณะเดียวกัน
การปลูกปะการัง จะทำให้เห็นการเติบโตชัดเจน และเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับการปล่อยให้ธรรมชาติบำบัดตัวเอง เพราะธรรมชาติในปัจจุบันไม่เหมือนหลายร้อยหลายพันปีก่อน และตราบใดที่ยังมีการทำลายปะการังเกิดขึ้น การฟื้นฟูก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยเยียวยาให้เร็วขึ้น
ปะการังชนิดเดียวกัน อาจมีสีต่างกัน ถือเป็นความแตกต่างกันในตัวมันเอง และเมื่อมันมีความสมบูรณ์เติบโตในท้องทะเลได้ดี ก็จะเป็นโพรงที่อาศัยของสัตว์ทะเล หรือเราเรียกกันว่าบ้านปลา แต่มันอาจจะไม่ใหญ่โต มนุษย์จึงสร้างบ้านปลาขนาดใหญ่ด้วยการใช้ลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า นำลงไปวางใต้ทะเล ซึ่งบ้านปลาหลังหนึ่งจะมีลูกถ้วยประมาณ 100 ลูก
เมื่อท้องทะเลมีความสมบูรณ์ ย่อมส่งผลให้สัตว์ทะเลหายากอย่างเต่าทะเล โลมา ฉลามวาฬ พากันมาอาศัย ว่ายเวียนวนในบริเวณนั้นๆ จนเป็นที่พบเห็นของผู้คนและโดยเฉพาะนักดำน้ำ อย่างที่เกาะทะลุ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก็พบเต่ากระ เมื่อถึงฤดูวางไข่ เจ้าหน้าที่ก็จะมาเก็บไข่ไปฟัก รอให้มันโตอย่างน้อย 8 เดือนขึ้นไป หรือมีขนาด 20-25 เซนติเมตรแล้ว ค่อยนำกลับไปปล่อยสู่ทะเลต่อไป