รายแรก คือ บอริส จอห์นสัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศวัย 54 ปี ที่ลงจากตำแหน่งเมื่อกลางปีที่แล้ว ชูประเด็นการขึ้นเป็นผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมเรื่อยมา และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็ยังยืนยันว่าจะขอชิงเป็นหัวหน้าพรรค จอห์นสันอยู่ในกลุ่มเบร็กซิตสายเหยี่ยวที่สนับสนุนเบร็กซิตแบบไม่ต้องมีข้อตกลงกับสหภาพยุโรป และเขาได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากกลุ่มคนที่ภักดีต่อพรรค รายนี้่มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีถึง 4 ต่อ 6
โดมินิก ร๊าบ วัย 45 เคยเป็นรัฐมนตรีเบร็กซิตช่วงสั้น ๆ เมื่อปีที่แล้ว เขาลาออกเพราะว่าไม่เห็นพ้องกับนายกฯเมย์ และตอนนี้มีแนวคิดไปทางกลุ่มเบร็กซิตสายฮาร์ดคอร์เหมือนกับจอห์นสัน แต่ยังไม่มีเสียงสนับสนุนในวงกว้าง เขามีโอกาสเป็นนายกฯ1 ต่อ 4
เจเรมี่ ฮันต์ รัฐมนตรีต่างประเทศคนปัจจุบันวัย 52 ปี ถูกมองว่ามีโอกาสเป็นนายกฯเหมือนกัน แม้มีโอกาสเพียง 1 ต่อ 10 ตอนที่มีการลงประชามติปี 2559 เขาโหวตไม่เอาเบร็กซิต แต่ตอนนี้หันมาสนับสนุนเบร็กซิตมากขึ้นเรื่อยๆ จึงถูกมองว่าน่าจะเป็นตัวแทนที่จะเชื่อมโยงคนทั้งสองฝ่ายในพรรคให้กับมาคืนดีกันได้
แอนเดรีย ลีดซอม ผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรีกับสภาผู้แทนราษฎร ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันอังคาร หลังมองว่าแผนเบร็กซิตของนายกฯเมย์ ไม่ใช่เบร็กซิตอย่างแท้จริง และเรื่องนี้สร้างความกดดันขนานใหญ่ให้กับนายกฯเมย์ จนต้องประกาศแผนก้าวลงจากตำแหน่งในวันนี้ ลีดซอม เคยเป็นคู่แข่งของเมย์ในการชิงตำแหน่งผู้นำพรรคเมื่อปี 2559 และเธอเป็นเสียงสำคัญในการผลักดันเรื่องเบร็กซิต เช่นเดียวกับจอห์นสัน และร๊าบ แต่มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีเพียง 1 ต่อ 16
ไมเคิล โกฟ รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อม ถูกมองว่ามีโอกาสเป็นผู้นำคนใหม่ 1 ต่อ 12 แต่เขายังไม่ได้ประกาศตัวว่าจะชิงตำแหน่งหรือไม่ เขาเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนเบร็กซิต ตอนแรกสนับสนุนทิศทางของจอห์นสัน แต่ต่อมาหันไปอยู่ฝ่ายนายกฯเมย์