ผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนพูดเรื่องนี้เมื่อวาน ระหว่างการให้สัมภษณ์พิเศษกับสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีน ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทที่เมืองเสิ่นเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ทางใต้ของจีน
เมื่อถูกสอบถามว่าปัจจุบัน หัวเว่ยกำลังเจอกับช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดหรือไม่ เขาตอบว่า บริษัทของเขาเผชิญกับสถานการณ์ที่อันตรายที่สุดในช่วงก่อนที่จะเกิดคดีเหม็ง ว่านโจว ลูกสาวของเขาถูกจับกุมที่แคนาดาเมื่อปลายปีที่แล้ว เพราะช่วงนั้น พนักงานบางคนเกียจคร้าน ไม่อยากทำงาน เพราะรู้สึกว่ามีเงินในกระเป๋าอยู่แล้ว จึงไม่เต็มใจที่จะทำงานที่ยาก ๆ แต่หลังจากที่บริษัทเจอกับปัญหา ศักยภาพของบริษัททั้งบริษัทก็เดินหน้าเติบโตเต็มที่ พนักงานต่างก็ไม่ยอมทำอะไรที่ธรรมดาอีกต่อไป แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าบริษัทอยู่ในช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดได้อย่างไร ต้องเรียกว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ดีที่สุดจึงจะถูก วันนี้สหรัฐอาจจะโจมตีหัวเว่ย และหัวเว่ยก็อาจจะทรุดลงนิดหน่อย แต่บริษัทก็จะกลับมาได้อีกครั้ง
ในเรื่องของโอกาสที่บริษัทอาจจะเจอกับกรณีพิพาททางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐเป็นระยะเวลายาวนาน นายเหรินบอกว่าหัวเว่ยมีการเตรียมพร้อมเป็นอย่างดีเรียบร้อยแล้ว หัวเว่ยเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ยืดเยื้อ ไม่ใช่สำหรับการต่อสู้แค่สั้น ๆ และบางที ด้วยการต่อสู้ที่ยาวนาน บริษัทก็อาจจะแข็งแกร่งมากกว่าเดิม ในประเด็นที่มีการวิตกกังวลกันว่า มาตรฐานระบบ 5G อาจจะถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือยุโรปก็อาจจะมีมาตรฐานของตัวเอง เขามองว่าสุดท้ายแล้วมนุษย์ก็จะต้องการมาตรฐานที่เป็นแบบเดียวกัน เพื่อรับใช้สังคมโลกโดยรวม การมีมาตรฐาน 2 แบบ จะทำให้การนำมารวมกันทำได้ยากต่อข้อถามเรื่องความคาดหวังของเขาเกี่ยวกับความคิดของผู้คนเกี่ยวกับหัวเว่ย เขาบอกว่าเขาหวังว่าประชาชนจะทำงานของตัวเองต่อไปเหมือนเดิม เพราะคนเหล่านี้จะไม่ได้รับผลกระทบ ผู้คนจึงควรอยู่ในความสงบ และทำงานของตัวเองต่อไป และประชาชนสามารถมีบทบาทกับเรื่องนี้ได้ โดยการเดินหน้าเพิ่มผลผลิต หรือพููดโทรศัพท์ให้มากขึ้นอีก 1 ประโยค
ขณะที่ทางบริษัทไฮซิลิคอน ที่บอกเมื่อวันที่ 17 ที่ผ่านมาว่าจะส่งชิปสำรองที่พวกเขาใช้เวลาพัฒนามานานหลายปีให้กับหัวเว่ย เพื่อแก้ปัญหาการห้ามส่งชิปให้กับจีนของสหรัฐ นายเหรินก็บอกว่า ผู้คนเรียกไฮซิลิคอนว่าเป็นบริษัทสำรอง แต่จริง ๆ มันเป็นบริษัทที่สำคัญมาก โดยสำคัญพอ ๆ กับแผนกการตลาดและการพัฒนาของหัวเว่ยเอง บริษัทใช้ผลิตภัณฑ์ของไฮซิลิคอนเป็นประจำอยู่แล้ว เพียงแต่ไฮซิลิคอนไม่ออกมาเปิดเผยตัวเท่านั้น เขาบอกว่าหากว่าสหรัฐกลับมาจัดส่งชิปให้จีน ทางไฮซิลิคอน ก็จะถอยกลับไปผลิตชิปในปริมาณน้อย ๆ ตามเดิม
เมื่อถูกถามว่า เรื่องแบบนั้นจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ เขาก็บอกว่าบางที เพราะถ้าหากสหรัฐตระหนักว่าได้เดินมาผิดทาง ประเทศก็อาจจะปรับปรุุงตัวเองให้ถูกต้อง