ซึ่งในเรื่องนี้ นายสมพงษ์ สายนภา นายกเทศมตรีตำบลนาจอมเทียน ได้กล่าวให้คำมั่นในที่ประชุม ถึงการแก้ไขปัญหาน้ำเสียให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน เพื่อสยบความ "ดราม่า" กับปัญหาเพียงแค่ 1 ชั่วโมง ที่ส่งผลกระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อม ให้ได้อย่างแน่นอน
โดยมีมาตรการแก้ไขหลัก คือ ซ่อมแซมระบบระบายน้ำให้ใช้การได้ พร้อมร่วมMOUกับเมืองพัทยา ในการร่วมแก้ไขปัญหาน้ำเสีย ผลักดันน้ำเสียเข้าสู่ระบบบำบัด ระหว่างรอดำเนินการจะทำการใช้รถดูดน้ำเสียออกจากท่อ ทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี เพื่อแก้ไขปัญหาระยะสั้นไปก่อน พร้อมกับนำถุงทรายไปปิดบริเวณปากท่อระบายที่ไหลออกสู่ทะเลทั้ง 12 แห่ง เพื่อป้องกันน้ำเสียไหลทะลักออกสู่ทะเล
นอกจากนี้ ได้มีมาตรการเร่งด่วน ในการตรวจสอบสถานประกอบการขนาดใหญ่ ที่มีบ่อบำบัดน้ำเสีย เพื่อวัดมาตรฐาน และตรวจสอบผู้ไม่ดำเนินตามระเบียบ ลักลอบปล่อยน้ำเสียออกสู่ท่อระบายน้ำ ซึ่งหากมีการตรวจพบ จะทำการจับกุม ดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไม่มีข้อยกเว้น
สำหรับ ระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย ที่ทางเทศบาลฯได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ภายใต้แผนปฏิบัติการ เพื่อจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม จากสำนักงบประมาณ จำนวน 124,860,000 บาท และเทศบาลฯสมทบอีก 12,486,000 บาท รวม137,346,000 บาท ดำเนินการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย ประกอบด้วย ก่อสร้างระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำพร้อมบ่อพัก นอกจากนี้ ยังก่อสร้างสถานีสูบน้ำเสีย 12 แห่ง พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 36 เครื่อง บ่อดักน้ำเสีย 12 บ่อ อาคารระบายน้ำ 9 แห่ง และต่อเชื่อมท่อแรงดันเข้ากับระบบบำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยา ที่ซอยวัดบุณย์-กัญจนาราม การก่อสร้างแล้วเสร็จใช้งานในปี 2560 โดยบริษัทผู้รับเหมาจัดสร้าง เริ่มต้นรับประกันตั้งแต่ วันที่ 16 มิ.ย.60 สิ้นสุดวันรับประกัน 16 มิ.ย.62 ซึ่งเหลือเวลาเพียง 1 เดือนสุดท้าย ปัจจุบันระบบ และเครื่องสูบน้ำเกือบทั้งหมดใช้การไม่ได้ ถูกปล่อยทิ้งร้าง