ริชาร์ด หยู หรือ หยูเฉิงตง ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของหัวเหว่ย ให้สัมภาษณ์สื่อเยอรมนี "ดี เวลท์" ยืนยันว่า หัวเหว่ยได้พัฒนาระบบปฏิบัติการของตัวเอง เพื่อรองรับผลกระทบจากการใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ กรณีการขยายตัวของสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ และเกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ ห้าม ZTE ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่และระบบโทรคมนาคมสัญชาติจีน ใช้สินค้าและบริการของบริษัทสหรัฐฯก่อนหน้านี้
เชื่อว่า ระบบปฏิบัติการ (OS) ของหัวเหว่ยคือ "หงเมิ่ง" (Hongmeng) ที่ถูกซุ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2555 และถูกใช้ในสมาร์ทโฟนอย่างเงียบๆ แต่ยังไม่มีการยืนยันว่า หงเมิ่งเป็นชื่อระบบปฏิบัติการ หรือเป็นแค่ codename แต่ถือเป็นการตอกย้ำว่าหัวเหว่ยมีระบบ backup systems ที่หยูบอกว่า จะถูกนำมาใช้ในกรณีที่เกิด "เหตุขัดข้อง" เท่านั้น
ซึ่งตรงกับถ้อยแถลงของโฆษกของหัวเหว่ยที่ว่า ไม่คาดหวังว่าจะนำระบบปฏิบัติการนี้มาใช้ เพราะเราสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการใช้ระบบปฏิบัติการของบริษัทคู่ค้า เราชอบระบบปฏิบัติการนี้ (แอนดรอยด์) และลูกค้าของเราก็ชอบมากเช่นกัน ทั้งแอนดรอยด์และวินโดว์จะยังเป็นตัวเลือกแรกของเราเสมอแม้จะมีความพยายามพัฒนาระบบปฏิบัติการของตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงการผูกขาดโดยผู้ค้าสองราย (duopoly) โดยไมโครซอฟต์มี Windows Mobile OS / ซัมซุงพัฒนาระบบ Tizen และโนเกียพัฒนา Symbian แต่ผู้เล่นตัวจริงในตลาดก็ยังคงเป็นแอนดรอยด์กับ iOS ของแอ๊ปเปิล