นี่คือช่องทางการหารายได้ 7 ช่องทางของพรรคการเมือง จะเห็นได้ว่าไม่มีกฎหมายข้อไหนที่บอกให้พรรคการเมืองไปกู้เงินมาประกอบกิจกรรมได้ (ประเด็นนี้มีการชี้แจงซึ่งบางคนมองว่า "เลี่ยงบาลี" อยู่เหมือนกัน โดยบอกว่า "เงินกู้" ไม่ใช่รายได้ แต่เป็น "รายจ่าย" เพราะต้องเสียดอกเบี้ย ฉะนั้นการกู้เงินจึงไม่เข้าข่ายผิดกฎหมายมาตรานี้)
สำหรับกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 66 ตามที่นายศรีสุวรรณบอก เป็นเงื่อนไขการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ อื่นใดแก่พรรคการเมือง ถ้าผู้บริจาคเป็น "บุคคลธรรมดา" ก็คือคนทั่วไป อย่างพวกเรา อย่างคุณผู้ชม ก็สามารถบริจาคหรือให้ประโยชน์อื่นใดแก่พรรคการเมืองได้ไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อพรรคต่อปี ถ้าเป็นนิติบุคคลต้องไม่เกินปีละ 5 ล้าน และต้องแจ้งให้ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลนั้นทราบด้วย
นายศรีสุวรรณ มองว่า การที่นายธนาธรให้พรรคกู้เงิน 110 ล้าน เท่ากับเป็นการ "ให้ประโยชน์อื่นใดแก่พรรค" ซึ่งมีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทตามที่กฎหมายกำหนด
เมื่่อกระทำการเข้าข่ายขัดต่อกฎหมาย ก็ต้องมีโทษตามมา เริ่มจากฝั่งผู้ให้ก่อน (กรณีนี้คือผู้ให้กู้) ถ้าผิดจริง นายธนาธรต้องโดนโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท และจะถูกศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งอี่ก 5 ปี ส่วนพรรคอนาคตใหม่ในฐานะ "ผู้รับ" ก็มีโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท และอาจถูกศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้บงของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค รวมถึงริบเงินส่วนเกินเข้ากองทุนพัฒนาพรรคการเมืองด้วย