1.ด้านการต่างประเทศ ได้เน้นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภายใต้การประชุมระดับรัฐมนตรีการประชุมไตรภาคีระดับรัฐมนตรีการประชุมทวิภาคีและดำเนินการภายใต้แผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย 6 ประเทศ แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดนแผนปฏิบัติการความร่วมมือ 3 ประเทศส่งผลให้ประเทศในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงสกัดกั้นยาเสพติตตามแนวชายแดนได้มากขึ้นในส่วนของประเทศไทยจะมีปริมาณการจับกุมไอซ์ลดลงแต่การจับกุมยาบ้าและเฮโรอีนยังคงมีปริมาณที่สูงเมื่อเทียบกับ 6 เดือนหลังในปี 2561 และจับกุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ยึดกาเฟอิน 19,854 กก. ลดการผลิตยาบ้าได้มากถึง 270-310 ล้านเม็ด ยึดกรดไฮโดรคลอริก 32,044 ลิตร ลดการผลิตไอซ์ได้ประมาณ 105,000 กก. นอกจากนี้ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติยังเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงยาเสพติดผ่านทางทะเลอันดามันบริเวณเกาะสอง ประเทศเมียนมาไปยังประเทศที่สามในห้วงที่ผ่านมาสามารถจับกุมของกลางยาเสพติดได้ประมาณ 5ตัน และที่สำคัญสามารถทำลายแหล่งผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำใน 10 เมืองพร้อมยึดของกลางอุปกรณ์การผลิตหัวตอก และสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ได้จำนวนมาก
2.ด้านการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน เร่งแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือแบบเบ็ดเสร็จ บูรณาการร่วมกับภาคีแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พัฒนามาตรการสกัดกั้นอย่างเป็นระบบในพื้นที่ชายแดน วางระบบเครือข่ายสกัดกั้นช่องทางนำเข้าสำคัญทางภาคเหนือ จัดกำลังลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงและเสริมกำลังในพื้นที่ที่เป็นจุดอ่อน ตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทางในอำเภอชายแดน และเสริมเครื่องมือเทคโนโลยีด้านการสกัดกั้น สามารถสกัดกั้นยาบ้าได้ 197.42 ล้านเม็ด คิดเป็นร้อยละ 62 ของปริมาณยาบ้าที่จับยึดได้ทั่วประเทศ
3.ด้านการปราบปรามยาเสพติด มุ่งลดทอนการค้ายาเสพติดในพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชนและเขตเมือง โดยเน้นปฏิบัติการเชิงรุกทางสังคมและกฎหมายในพื้นที่เสี่ยง ปิดล้อมตรวจค้นและจับกุมนักค้ารายย่อยในหมู่บ้านชุมชน โดยใช้มาตรการทางทรัพย์สินอย่างเข้มงวด สามารถจับกุมคดียาเสพติดทั่วประเทศได้ 165,688 คดี ผู้ต้องหา 177,067 ราย คดี 5 ข้อหาสำคัญ 38,711 คดี ผู้ต้องหา 45,337 ราย ของกลางยาบ้า 317.85 ล้านเม็ด กัญชา 9,271.75 กก. ไอซ์ 4,916.20 กก. โคเคน 10.30 กก. แจ้งข้อหาสมคบ 1,506 คดี ผู้ต้องหา 2,594 คน ยึดและอายัดทรัพย์สิน 1,019 คดี มูลค่าทรัพย์สิน 554.38 ล้านบาท นอกจากนี้ได้ดำเนินการลดความเดือดร้อนประชาชน จากการแจ้งเบาะแสยาเสพติดผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 จำนวน 9,037 เรื่อง ดำเนินการได้ 6,034 ราย คิดเป็นร้อยละ 66.76 รวมทั้งปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านชุมชน ภายใต้โครงการ "1386 ทั่วไทย ประชาชนปลอดภัยจากยาเสพติด" ในพื้นที่ 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร 4,129 หมู่บ้านชุมชน จับผู้ต้องหา 2,021 คน นำเข้าบำบัด 1,589 คน ดำเนินคดี 432 คน ของกลางยาบ้า 2.15 ล้านเม็ด ไอซ์ 19.1 กก. ยึดทรัพย์มูลค่า 19.83 ล้านบาท
4.ด้านการบำบัดรักษายาเสพติด เน้นลดความต้องการใช้ยาเสพติด นำผู้เสพเข้าบำบัดอย่างเหมาะสม โดยเน้นชุมชนเป็นศูนย์กลาง (CBTx) ในการบำบัด ผู้ใช้ยาเสพติดสามารถเข้าบำบัดใกล้บ้าน รวมทั้งเน้นลดอันตรายจากยาเสพติด (Harm Reduction) โดยจัดตั้ง Harm Unit ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ ตลอดจนดูแลผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตอันเนื่องมาจากการใช้ยาเสพติด เพื่อไม่ให้กลับมามีอาการทางจิตซ้ำ โดยทำ MOU ร่วมกับ 15 หน่วยงาน เพื่อลดอันตรายจากยาเสพติด และช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น สามารถนำผู้เสพเข้าบำบัด 80,101 ราย ให้บริการลดอันตรายจากยาเสพติด 11,031 ราย ติดตามผู้ผ่านการบำบัด 76,202 ราย ให้ความช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดที่ขอรับความช่วยเหลือ 2,413 ราย และให้ความช่วยเหลือ 220 ราย