ขณะที่นายศิริชัย อาศัยพาณิชย์ เจ้าของร้าน ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนที่ติดตามจับกุมคาร้ายมาดำเนินคดีได้ โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน และสามารถนำทรัพย์ของกลางกลับมาคืนได้ประมาณร้อยละ 80ของของที่ถูกปล้นไป ขณะเกิดเหตุ ตนเองได้โยนกระเป๋าสตางค์ออกจากตัว เพื่อให้กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายได้ใกล้และชัดเจนที่สุด ถึงแม้นาทีนั้นจะเสี่ยงอันตรายก็ตาม สำหรับแนวทางป้องกันหลังจากนี้ทางร้านจะติดลูกกรงเหล็ก และก่อนจะเข้าร้านต้องถอดหมวกกันน็อค หมวกแก๊ป ออกก่อน
เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธ, ปลอมตัวเป็นบุคคลอื่นเพื่อไม่ให้เห็นจดจำได้ในการกระทำความผิด ,มีอาวุธเพื่อร่วมกระทำผิดตั้งแต่2คนขึ้น,ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายทางร่างกายและจิตใจ ข่มขื่นใจผู้อื่นให้กระทำการใดโดยมห้หวาดกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต,รับของโจร
สำหรับของกลาง ตำรวจสามารถติดตามทรัพย์ที่ถูกปล้นไปคืนมาได้จำนวน108รายการ รวมมูลค่ากว่า4ล้านบาท จาก141 รายการ เช่น เครื่องเพชร ทองคำ นาฬิกาหรู