และในวันที่ 4 พฤษภาคม สมเด็จพระจักรพรรดิจะเสด็จออก ณ ระเบียงบุกระจกของพระราชวังอิมพีเรียล เพื่อให้พสกนิกรได้ชื่นชมพระบารีและถวายพระพร ก่อนทรงปฏิบัติภารกิจในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 22 ตุลาคม โดยมีพระราชอาคันตุกะทั้งในและต่างประเทศ ราว 2,600 คน
สมเด็จพระจักรพรรดิ จะทรงเผชิญความท้าทาย 2 เรื่องที่สำคัญยิ่ง นั่นคือ การสานต่อตำนานของพระราชบิดา และรักษาขนบธรรมเนียมของญี่ปุ่นที่ดำเนินมาหลายศตวรรษในช่วง 30 ปี แห่งการครองราชย์ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงปรับเปลี่ยนบทบาทขององค์พระประมุข หลังญี่ปุ่นผ่านประสบการณ์ยุคลัทธิทหารครองเมืองในยุคสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ พระราชบิดา ทำให้พระองค์ทรงเป็นที่ชื่นชมของพสกนิกร ด้วยพระจริยวัตรเรียบง่าย เข้าถึงประชาชน และรับฟังความเดือดร้อนทุกข์ยากของพสกนิกร
นักวิเคราะห์ ให้ความเห็นว่า จากมาตรฐานที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงสร้างไว้ องค์พระประมุขพระองค์ใหม่ ก็คงจะทรงดำเนินรอยตามในแบบที่คล้ายๆ กัน และจะทรงขยายการเข้าถึงพสกนิกรผ่านการปรากฏพระองค์ในที่สาธารณะมากขึ้นพระองค์ทรงเคยตำหนิระเบียบที่เคร่งครัดของราชสำนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเรื่องนี้ทำให้เจ้าหญิงมาซาโกะ พระชายาของพระองค์ ทรงมีปัญหากับการปรับตัวจนทำให้เกิดความเครียดและต้องเเข้ารับการบำบัดทางการแพทย์