จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม นายบอย ไม่พบว่ามีประวัติอาชญากรรมแต่อย่างใด จากการสอบสวนนายบอย เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า เป็นคนหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวผู้เสียหายไปจริง ส่วนรถจยย.อ้างว่าเอาไปขับรถเล่น ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเรียกตรวจสอบ จึงจอดรถจยย.ทิ้งไว้ที่ด่านตรวจ และนั่งรถเมล์ เพื่อกลับมายัง จ.สมุทรปราการ โดยก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายได้เรียกชวนดื่มสุราด้วย จากนั้นช่วงเวลาประมาณ 05.00 น. พยายามเขย่าตัวปลุกผู้เสียหายแล้วแต่ไม่ยอมตื่น จึงหยิบกุญแจรถจยย.ที่เอวของผู้เสียหาย และโทรศัพท์ไป เพื่อจะขับรถเล่นเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวนายบอย ดีมาเลิส โดยแจ้งข้อหาลักทรัพย์ผู้อื่นในเวลากลางคืนหรือรับของโจร นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากที่นายบอย ดีมาเลิส ได้ขโมยโทรศัพท์มือถือ พร้อมรถจยย.ไปแล้ว ได้ขี่รถจยย.ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปพบด่านกวดขันวินัยจราจรของเจ้าหน้าที่ตำรวจย่านพระราม 4 นายบอย ดีมาเลิส ไม่สวมหมวกกันน็อคเลยถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจสอบ จากนั้นนายบอย ได้จอดรถจยย.ทิ้งไว้ที่ด่านตรวจ และเดินขึ้นรถประจำทาง ขสมก.สาย 180 แต่มีพลเมืองดีเห็นนายบอย มีลักษณะมีพิรุธไม่ยอมรับโทรศัพท์หลายครั้ง จึงจำเบอรที่โทรเข้ามาและโทรกลับไป จนทราบว่าโทรศัพท์ดังกล่าวถูกขโมยมา กระทั่งรถเมล์ลงทางด่วนบริเวณสุขุมวิท 62 จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง เข้าทำการจับกุมตัวได้พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ และกุญแจรถจยย. ทั้งนี้ เมื่อนำตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนจึงทราบว่า ได้ลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์เหยื่อจากพื้นที่ สภ.พระประแดง จ.สมทุทรปราการ จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง จึงวิทยุติดต่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง ให้รีบเดินทางมารับตัวไปดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป