หลังจากเกิดกระแสเรียกร้องให้รัฐเปิดกัญชาเสรี จนนำมาซึ่งการออกกฎหมายเปิดช่องให้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ แต่ก็ยังมีคำถามตามมาว่าแล้วกัญชาเพื่อการแพทย์จะเป็นรูปธรรมได้จริงหรือไม่ ล่าสุดการสัมนาสาธารณะในหัวข้อ "มองกัญชาให้รอบด้าน"โดยมีนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆมาให้ความรู้เกี่ยวกับกัญชาในหลากหลายมิติไว้น่าสนใจ
รศ.วิเชียร กีรตินิจกาล ผอ.ศูนย์วิทยาการเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตรแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่า ถ้าหากประเทศไทยจะมีนโยบายกัญชาเสรี พวกเราจะปกป้องได้หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมการใช้ ที่ต้องเอาผู้ป่วยเป็นหลัก และปกป้องเด็กซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง ตลอดจนการควบคุมกัญชาให้มีความปลอดภัย ไม่มีสารปนเปื้อนสอดคล้องกับ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา คณะแพทย์ศาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แสดงถึงจุดยืนไม่สนับสนุนให้ใช้กัญชาเสรี ด้วยเหตุผลที่ว่า ทางการแพทย์หวาดกลัวเรื่องของเด็กปัญญาอ่อน และทำให้เกิดโรคจิต และอาการวิปลาสชั่วขณะ ที่เกิดจากการใช้กัญชาทางการแพทย์ไม่ถูกวิธี
ขณะที่ นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา บอกถึงความคืบหน้าในการออกกฎหมายลูกว่าขณะนี้ ออกกฎหมายลูกไปแล้ว 3 ฉบับ ฉบับแรก เป็นเรื่องบทนิรโทษกรรม ฉะนั้น ขอมั่นใจได้ว่า ที่ออกเพื่อเอื้อต่อระบบให้มากที่สุด โดยนิรโทษให้กับ 3 กลุ่ม คือ คนไข้ที่ใช้อยู่ ผู้ผลิต และวิจัย ส่วนกฎหมายลูกอีก 2 ฉบับ เกี่ยวกับประกาศตำรับยา และประกาศที่เกี่ยวข้องกับแพทย์แผนไทย
อย่างไรก็ตามสังคมไทยพร้อมหรือไม่กับนโยบายกัญชาเสรี เรื่องนี้นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทิ้งท้ายว่าสังคมไทยยังไปไม่ถึงจุดนั้น เพราะเรายังถูกตั้งคำถามถึงเรื่องของวุฒิภาวะคนในสังคมที่อาจจะไม่พร้อม แม้กฎหมายเปิดช่องให้ก็ได้แค่การรักษาโรคเท่านั้น