พ.อ.ปริชญ์ กล่าวอีกว่า ผมก็ประเมินหลายอย่าง ตั้งแต่รับเขาขึ้นมาสังเกตพฤติกรรมเขาตลอด ในตัวเขามีเป้หนึ่งใบและคันเบ็ดที่เขาตกปลาอันหนึ่ง ตรงนี้อยากจะสื่อไปถึงพี่น้องที่จะรับคนขึ้นรถ นั้นเราควรจะประเมินว่า เราจะรับมือเขาได้ไหม ส่วนผมเอง ผมประเมินได้ว่าผมจะรับมือไหว ผมเองก็เป็นทหาร พอขึ้นรถมาผมให้นั่งคู่คนขับ วันนั้นอากาศร้อนมาก 40 องศาขึ้นไป พอเขาขึ้นมานั่ง ลำดับแรกผมบอกให้เขาทานข้าว เขาบอกว่าไม่หิว แต่เขาทานน้ำตลอด ดูแล้วน่าสงสาร ข้าวก็เก็บไว้กินตอนหลัง
ผมคุยกับเขาสอบถามเขาก่อนทำไมถึงมาเดินอย่างนี้จะกลับบ้าน เขาบอกเป็นคนงานคนหนึ่งที่รับจ้างติดตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์เสาสูง ของบริษัทหนึ่ง เขาก็กินอยู่กินที่พักคนงาน พองานเสร็จเช้าวันรุ่งขึ้น หัวหน้าเขาหายไปพร้อมข้าวของ ค่าแรงก็ไม่ได้จ่ายเขา เขาเองก็ไม่มีเงินสักบาท ทำงานประมาณ 2 เดือนถ้าหัวหน้าคนงานจ่ายเขาจะได้เงินประมาณ 7,000-8,000 บาท แต่ในวันนั้นเขาไม่มีเงินติดตัวสักบาท ก็ถามเขาว่าเราตั้งใจจะเดินไปแบบนี้เรื่อยๆใช่ไหม เขาตอบว่าใช่ ค่ำไหนก็นอนนั่นและแวะวัด
สังเกตจากการพูดคุยเขาจะมีลักษณะหวาดกลัว เขากลัวรถที่จะรับ เหมือนกับหวาดกลัวสังคม เขาไม่ต้องการเรียกร้องที่จะโบกรถ พอรู้ปัญหาผมก็เริ่มสอบถามประวัติเขา เขาก็บอกว่า เคยเป็นพลทหารที่ พระยอดเมืองขวาง และก็เคยลงไปปฏิบัติงานทางใต้ พอตอนนี้การพูดคุยก็พอจะรู้ว่า เป็นคนที่เคยผ่านการฝึกทหารมา การพูด การวางตัว ทำให้เราประเมินได้ว่าเขาไม่ได้เสแสร้ง ไม่ได้เป็นมิจฉาชีพ ซึ่งตอนนั้นก็ได้บอกกับเขาว่า ผมเป็น รอง ผอ.รมน.จังหวัดหนองบัวลำภู จะเดินทางไปจังหวัดหนองบัวลำภู เส้นทางเดียวกัน จะไปส่งที่ไหน เขาก็เลยเลือกให้ไปส่งที่จังหวัดขอนแก่น
สำหรับตัวเขา ตอนเรียกขึ้นรถ ก่อนขึ้นรถนี่ผมต้องเปิดกระจก บีบแตรเรียกให้เขามาขึ้นรถ เขาก็ดูก่อน เหมือนเป็นคนกังวล ไม่ใช่เขาปรี่เข้ามาเลย ตรงนี้ทำให้เข้าใจเขาได้ ตรงนี้เองผมก็ไม่ใช่เคยเจอเรื่องนี้เพียงครั้งเดียวเคยเจอหลายครั้ง ตั้งแต่เดินทางจากโคราช มาหนองบัวลำภู เจอลักษณะนี้บ่อย บางครั้งก็เห็นจอดรถมอเตอร์ไซด์อยู่คนเดียวน้ำมันหมด ครั้งนั้นช่วยกันยกรถขึ้นรถยนต์ผม ก็ช่วยกันยกรถขึ้นมา ที่ปั้มน้ำมันและก็ช่วยค่าน้ำมันไป สองร้อยบาท
วันนั้นผมประเมินค่ารถประมาณสามร้อย ในช่วงที่พูดคุยกันผมก็ได้ประเมินดูว่าค่ารถก็ประมาณสักสามร้อยในช่วงพูดคุยเขาก็พูดคุยเรื่องส่วนตัวเขา ภรรยาเขาก็ทำนา ปลูกข้าวโพดเสริม มีลูกสาวสองคน ลูกคนโตอยู่ ป.2 อีกคนกำลังคลาน เขาไม่พูดเรียกร้อง จะต้องขอเงินค่ารถค่าอะไร ผมก็ให้เงินไป 1,000 บาท ให้เขาไปซื้อเสื้อผ้าให้ลูกสาวเขา.
.
นอกจากนั้น รอง ผอ.รมน.หนองบัวลำภู ยังเล่าอีกว่า พอประสบปัญหาหัวหน้าคนงานไม่จ่ายเงินเขา เขาก็โทรกลับไปบอกที่บ้าน เขาบอกว่า เมียเขาร้องไห้เสียใจที่สามีมาเผชิญปัญหานี้ แล้วก็บอกให้เขากลับบ้าน ผมก็บอกว่า ในส่วนเรื่องค่าแรงจะติดตามค่าแรงให้นะ แต่ในเรื่องค่าแรงจะประสานในส่วนที่เกี่ยวข้อง ถ้าหัวหน้าคนงานเขาได้รับรู้ตรงนี้ ผมก็มองโลกในแง่ดี เขาอาจจะมีปัญหาอะไร ก็สามารถติดต่อกับเจ้าตัวเขาได้เอาไปจ่ายค่าแรงกับน้องเขา แต่ตอนนี้ยังติดภารกิจหลายอย่างอยู่เลยยังไม่ได้ติดตามเรื่องนี้ แต่ก็จะติดตามให้ เขาก็ให้ชื่อหมายเลขโทรศัพท์ไว้แล้ว คือถ้าเขาสามารถพูดคุยตกลงกันได้ก็โอเคไป
ก่อนจากกันเขาก็ให้เบอร์โทรกับผม ผมก็จดเบอร์โทร ก่อนถึงขอนแก่น ก็คุยกันหลายอย่าง เขาก็บอกว่า เขาไม่มีงานทำ ผมก็ติดต่อหางานให้เขาไว้ในการทำงาน รปภ.รายได้ก็ไม่น้อย เขาเป็นคนไม่สุลุ่ยสุร่ายผมติดต่อไว้ สองที่คือ ขอนแก่น กับ กรุงเทพมหานคร เขาก็บอกว่าเขาจะกลับบ้านสักอาทิตย์แล้วก็จะมาหางานทำ จะหาเอกสาร หลักฐานแล้วเขาจะโทรหา เขาเป็นคนที่ใช้จ่ายไม่สุรุ่ยสุร่าย เป็นคนรักห่วงครอบครัว จึงอยากช่วยให้เขามีงานทำ มีเงินให้เขากินตลอด รู้สึกประทับใจเขาที่เขาเป็นคนรักครอบครัว
อยากช่วยให้เขามีงานทำ เงินที่ก็เพียงค่ารถเฉยๆ เขากลับไปเขาก็โทรกลับมา บอกว่าเขาโพสต์ที่ได้ช่วยเขาในเฟสบุ๊คของเขา แต่ผมก็ไม่ได้เขาไปดู การโพสต์ก็ไม่คาดคิดสิ่งที่โพสต์วันนั้นว่าสังคมจะให้ความสนใจขนาดนี้ผมตกใจ ผมก็ไม่ได้ระบุตัวตน ผมก็โพสต์ลอยๆ ซึ่งวันนั้น แวะปั้มน้ำมัน ประมาณทุ่มหนึ่งก็ใช้โทรศัพท์พิมพ์ไป พอมาถึงหนองบัวลำภู มีคนเข้าไปกดไลค์ 1,000 กว่า คน พอเช้าเป็นหมื่นสองหมื่น พอบ่ายเป็นสี่ห้าหมื่น เรื่องแบบนี้ผมทำลักษณะนี้หลายครั้ง การที่สังคมให้ความสนใจก็เพราะได้มีการสื่อ ถึงความผูกพันของครัวครัวที่น้องคนนี้ จะต้องดูแล เป็นสิ่งที่สังคมให้ความสนใจ ให้ความเห็นใจ.